“เสธ.หมึก” ยกเครื่องจักรยานไทย! ปั้นสายเลือดใหม่ ล่าแต้มโอลิมปิก 2028 ดัน 2 โค้ชหญิงคุมทัพเต็มตัว
แม้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะปิดฉากลงโดยทัพจักรยานไทยพลาดเหรียญรางวัล แต่เส้นทางของสองล้อไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อ “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี เตรียมเดินหน้าแผนครั้งสำคัญ ปั้นนักกีฬาสายเลือดใหม่ทุกประเภท ควบคู่กับภารกิจเร่งเก็บคะแนนเพื่อคว้าโควตาไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC) ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 สมาคมฯ เตรียมเดินหน้าต่อยอดแผนยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับนักกีฬาจักรยานไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
แม้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ นักปั่นทีมชาติไทยจะไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ตามเป้าหมาย แต่หลายรายการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระหว่างการแข่งขัน โดยเฉพาะ “เอ้” ส.ท.โกเมธ สุขประเสริฐ ในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ซึ่งถูกคู่แข่งพุ่งเข้าชนบริเวณโค้งสุดท้ายของรอบชิงชนะเลิศ

ขณะที่ทีมสปรินท์ชาย ประกอบด้วย จาย อังค์สุธาสาวิทย์, ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ และ จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ต้องเจอกับการฟาวล์สตาร์ตและอุบัติเหตุล้มในรอบแรก ส่งผลให้พลาดโอกาสเข้าสู่เส้นทางชิงเหรียญ
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งสัญญาณที่สมาคมฯ มองในแง่บวก คือพัฒนาการของนักปั่นสายเลือดใหม่ โดยเฉพาะประเภทเสือภูเขา ทั้ง ส.ท.พูนศิริ ศิริมงคล, พงศ์พีระ พงษ์อายุกูล, ปิ่นภัค เชียงสวน และพรพักตร์ ประโพธิ์ทัง ภายใต้แนวทางการฝึกซ้อมของ โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ ผู้ฝึกสอนชาวสหรัฐฯ ซึ่งมีพัฒนาการทั้งด้านความแข็งแรงและเทคนิคอย่างชัดเจน
ส่วนบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ยังมีดาวรุ่งอย่าง พุทธภูมิ นาคแป้น และหทัยเพชร ใจสว่าง ที่ทำผลงานและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าพอใจ กลายเป็นกำลังสำคัญสำหรับแผนสร้างทีมชาติชุดใหม่ในอนาคต

เป้าหมายใหญ่ต่อไป “LA 2028”
พลเอกเดชา ระบุว่า ช่วงปี 2570 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2571 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นห้วงของการเก็บคะแนนสะสมเพื่อคัดเลือกนักกีฬาเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
ดังนั้น สมาคมฯ จะเดินหน้าทั้งสองแนวทางพร้อมกัน คือเร่งทำคะแนนเพื่อโควตาโอลิมปิก และสร้างนักกีฬาดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ ครอบคลุมทั้งจักรยานถนน จักรยานลู่ เสือภูเขา และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง
เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียง LA 2028 แต่ยังวางรากฐานระยะยาวต่อเนื่องไปถึงเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 21 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และโอลิมปิกเกมส์ 2032 ที่นครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

ดัน “จันทร์เพ็ง–จุฑาธิป” จากนักปั่นสู่บทบาทโค้ชเต็มตัว
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการผลักดันบุคลากรผู้ฝึกสอนรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตรผู้ฝึกสอนระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ให้ขึ้นมารับผิดชอบทีมอย่างเต็มตัว
ว่าที่ พ.ต.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ จะรับหน้าที่ผู้ฝึกสอนทีมจักรยานประเภทลู่ระยะสั้น ขณะที่ พ.ต.หญิง จันทร์เพ็ง นนทะสิน จะรับหน้าที่ผู้ฝึกสอนทีมจักรยานถนนหญิง
เวทีแรกสำหรับพิสูจน์แผนสร้างทีมยุคใหม่ คือการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่ประเทศมาเลเซียในปีหน้า ก่อนเดินหน้าสู่ภารกิจใหญ่ในการเก็บแต้มโอลิมปิก
จากวันที่พลาดเหรียญในเอเชียนเกมส์ สู่การวางรากฐานทีมชุดใหม่ จักรยานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งการสร้างนักปั่นรุ่นใหม่ การสร้างโค้ชไทย และการไล่ล่าคะแนนบนเวทีนานาชาติ โดยมีเป้าหมายใหญ่คือพาธงไตรรงค์กลับไปสู่เวทีโอลิมปิกอีกครั้ง




