“อนุทิน” สั่งทุกหน่วยงานรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ตั้งแต่ 5 ต.ค. เน้นย้ำภาคใต้สั่งเฝ้าระวังสูงสุด กำชับผู้ว่าฯ ยกระดับ “ศูนย์พักพิง” ต้องได้มาตรฐาน สะอาด มีอาหาร-ห้องน้ำพร้อม เผยกลุ่มฝนหนาแน่นช่วง 10-12 ต.ค. ประจวบฯ ถึงนราธิวาสเสี่ยงสูง พร้อมผนึกกำลังกองทัพ-กทม. ระดมเรือผลักดันน้ำสู้ภัย เร่งเยียวยาประชาชนตามเกณฑ์ ปภ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศว่า ขณะนี้ระดับน้ำและสถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้นเนื่องจากไร้ฝนเติม อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มมีปริมาณฝนก่อตัวมากขึ้น และจะตกหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 10–12 ตุลาคม จึงได้สั่งการในที่ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือขั้นสูงสุด

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเป็นพิเศษให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งใส่ใจการดูแล “ศูนย์พักพิง” โดยย้ำว่าศูนย์พักพิงไม่ใช่แค่สถานที่ซุกหัวนอน แต่ต้องได้รับการยกระดับให้มีมาตรฐาน มีความเป็นอยู่อุปกรณ์อุปโภคบริโภคครบถ้วน ยารักษาโรค อาหารการกินสมบูรณ์ และมีห้องน้ำที่สะอาด เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจและยินดีอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ได้สั่งการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส รวมถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งหวังว่าสถานการณ์จะเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนการดูแลและระบายน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รัฐบาลและกรุงเทพมหานครได้ประสานงานบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีกองทัพเรือสนับสนุนเรือผลักดันน้ำกว่า 100 ลำ กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ขณะที่กรณีการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เช่น แฟลตคลองจั่น ยืนยันว่าดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทุกประการ