กทม. ไม่ทิ้งกัน! หลังน้ำลด พบขยะสะสมทะลุ 1,400 ตัน ผนึกกองทัพ-ราชทัณฑ์-บัดดี้ 2 เขต ลุยล้างเมือง 18 ชุมชน พร้อมจับมือเอกชน-อาชีวะ ซ่อมรถซ่อมบ้านเยียวยา ให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด
กรุงเทพมหานคร เดินหน้าลุยภารกิจฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางไปเป็นประธานเปิดกิจกรรม “รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม” ณ บริเวณสถานีบริการน้ำมันบางจาก ข้างสำนักงานเขตสายไหม
ภารกิจครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานสังกัด กทม. นำโดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย สำนักงานเขตสายไหม พร้อมด้วยสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักงานเขตราชเทวี จับมือกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กรมราชทัณฑ์ และแขวงทางหลวง เพื่อเร่งคืนความสะอาดให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เน้นล้างทำความสะอาด ขูดล้างโคลนตม จัดเก็บขยะตกค้าง ขยะชิ้นใหญ่ เศษวัสดุ และสิ่งปฏิกูล ตลอดจนฉีดพ่นดูแลด้านสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
นายพรพรหม เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครระดมสรรพกำลังเต็มที่ในการจัดการขยะและเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยในพื้นที่เขตสายไหมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกำลังพลของกองทัพ กรมราชทัณฑ์ และภาคเอกชน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากเขตบัดดี้อย่างเขตคลองเตยและเขตราชเทวี ที่นำกำลังพลและยานพาหนะเข้ามาช่วย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกจุด
สำหรับภารกิจด่วนที่สุดในตอนนี้ คือการจัดเก็บขยะตกค้างและขยะชิ้นใหญ่จากบ้านเรือน โดย กทม. ได้กำหนดให้ลานอเนกประสงค์หรือลานกีฬาตามหมู่บ้านเป็นจุดรวบรวมขยะ เพื่อให้ชาวบ้านนำขยะมาทิ้งไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ จะขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้อง ส่วนพื้นที่ไหนไม่มีจุดรวบรวม จะจัดหาพื้นที่ชั่วคราวรองรับ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกวาดขยะบริเวณริมถนนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยอดรวมการจัดเก็บขยะจากสถานการณ์น้ำท่วมของ กทม. ในช่วงวันที่ 28 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดสะสมสูงถึง 1,468.27 ตัน
นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ยังเน้นย้ำว่า การทำงานหลังน้ำลดไม่ได้จบแค่การเก็บขยะ แต่ต้องช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด กทม. จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านกิจกรรม CSR เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดส่งตรงถึงมือชาวบ้าน พร้อมประสานสถาบันอาชีวศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งจุดบริการซ่อมแซมรถจักรยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย เพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนควบคู่กันไป
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากเหตุการณ์ฝนตกหนักสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตร ในช่วงวันที่ 25–27 กันยายน 2569 ประกอบกับสภาพพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นที่ราบลุ่มความลาดเอียงน้อย ทำให้การระบายน้ำลงคลองและทะเลทำได้จำกัด จน กทม. ต้องเร่งระดมเครื่องสูบน้ำ เดินหน้าอุโมงค์ระบายน้ำ และเครื่องจักรกลเต็มกำลัง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมในเขตสายไหมจะคลี่คลายลงจนระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง และถนนสายหลักกลับมาสัญจรได้ตามปกติแล้ว แต่พื้นที่ตามซอยย่อยและชุมชนยังจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
กิจกรรม "รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม" ภายใต้แนวคิด "กทม. ไม่ทิ้งกัน" ในครั้งนี้ ได้เข้าฟื้นฟูครอบคลุม 18 ชุมชนและหมู่บ้าน โดยใช้กำลังพลมากถึง 550 นาย (สำนักสิ่งแวดล้อม 150 นาย, สำนักงานเขตสายไหม 200 นาย, กองทัพอากาศ 50 นาย, กรมราชทัณฑ์ 50 นาย, กองทัพเรือ 40 นาย, เขตราชเทวี 30 นาย, เขตคลองเตย 20 นาย และ ปภ. 10 นาย) พร้อมขบวนรถปฏิบัติงานอีก 26 คัน ทำความสะอาดถนน ทางเท้า จัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ และดูแลด้านสุขอนามัยรอบด้าน
พร้อมกันนี้ กทม. ยังชูแนวทาง "เขตบัดดี้" นำสำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เข้ามาช่วยเขตที่ประสบภัยหนัก ทั้งด้านกำลังคน เครื่องมือ และรถขนส่ง ซึ่งปัจจุบันมีการจับคู่เขตบัดดี้ทั่วกรุงรวม 17 คู่ เพื่อให้การกู้คืนพื้นที่ทำได้รวดเร็วขึ้น โดยสำนักงานเขตสายไหมยืนยันจะเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่และสำรวจความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าทุกชุมชนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 100%











