สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT เปิดพื้นที่เรียนรู้ใหม่ “โบราณดาราศาสตร์” (Archaeoastronomy) ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างท้องฟ้ากับวิถีชีวิตของมนุษย์ในอดีต ตั้งแต่การดูดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว ไปจนถึงการกำหนดทิศ วางผังเมือง และสร้างศาสนสถาน  โดยนิทรรศการนำองค์ความรู้ด้านโบราณวิทยาและดาราศาสตร์มาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เชื่อมโยงหลักฐานจากโบราณสถาน สถาปัตยกรรม ปฏิทิน ประเพณี และความเชื่อของอารยธรรมต่าง ๆ เพื่อให้เห็นว่า “ท้องฟ้า” ไม่ได้มีความหมายเพียงการบอกเวลา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจของผู้คนในอดีต

Article Image

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ การใช้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว เพื่อกำหนดแนวและทิศของวัด พระธาตุ ศาสนสถาน และโบราณสถาน ซึ่งสะท้อนความรู้ด้านดาราศาสตร์ที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับความเชื่อและภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่

ไฮไลต์อยู่ที่โซน Interactive “การวางทิศของโบราณสถาน” ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าชมทดลองสังเกตว่า แนวการวางตัวของโบราณสถานบางแห่งสัมพันธ์กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงดาว หรือปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างไร  ตัวอย่างที่นำมาจัดแสดงมีทั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย วัดพระธาตุดอยสุเทพ และสโตนเฮนจ์ ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นภาพชัดขึ้นว่า ดาราศาสตร์มีบทบาทต่อการออกแบบและการเลือกตำแหน่งของสิ่งก่อสร้างในอดีตอย่างไร

Article Image

นอกจากมุมมองด้านวิทยาศาสตร์ นิทรรศการยังเชื่อมโยงไปถึงประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ทำให้ผู้เข้าชมได้มองโบราณสถานจากอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่เพียงในฐานะแหล่งประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นหลักฐานที่สะท้อนความเข้าใจเรื่องท้องฟ้าของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย

Article Image

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ประธานกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 300,000 คนต่อปี การเพิ่มนิทรรศการ “โบราณดาราศาสตร์” จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ให้มีเนื้อหาหลากหลาย และเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากขึ้น

Article Image

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ที่

• อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
• หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดสงขลา

เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย