พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงการนำเสนอประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยขอให้องค์การสหประชาชาติ (UN) พิจารณาถ้อยแถลงร่วม Joint Statement จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย–กัมพูชา (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างครบถ้วน ไม่ควรเลือกพิจารณาเฉพาะบางประเด็น
ถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวมีทั้งหมด 16 ข้อ ครอบคลุมทั้งมาตรการลดความตึงเครียด การคงแนววางกำลัง การกลับถิ่นฐานของประชาชน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การป้องกันข้อมูลเท็จ และการใช้กลไกที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาชายแดน โดยภาครัฐไทยได้เผยแพร่รายละเอียดของถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวต่อสาธารณะแล้ว กรมประชาสัมพันธ์
พลอากาศเอกประภาส กล่าวว่า ประเด็นการกลับถิ่นฐานของประชาชนควรพิจารณาควบคู่กับข้อกำหนดเรื่องแนววางกำลังและการแก้ไขปัญหาเขตแดน โดยไทยยืนยันว่าปัญหาว่าพื้นที่ใดเป็นของฝ่ายใด ต้องดำเนินการผ่าน กลไกทวิภาคีและคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC)
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เช่น การใช้ลวดหนามหรือตู้คอนเทนเนอร์ ผอ.JIC ระบุว่า ไม่ควรนำสิ่งเหล่านี้ไปตีความว่าเป็นการกำหนดเส้นเขตแดน โดยย้ำว่า “ลวดหนามไม่ใช่เส้นเขตแดน ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่หลักเขตแดน และผู้สังเกตการณ์ก็ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดเขตแดน”

ขณะที่ถ้อยแถลงร่วมระบุว่า การดำเนินการตามข้อตกลงไม่กระทบต่อกระบวนการจัดทำเขตแดนระหว่างสองประเทศ และทั้งสองฝ่ายจะกลับมาใช้กลไก JBC ในการสำรวจและจัดทำเขตแดนตามข้อตกลงที่มีอยู่ Thai PBS
สำหรับจุดยืนของไทย พลอากาศเอกประภาสระบุว่า ไทยพร้อมใช้กลไก GBC, RBC และ JBC เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม Joint Statement อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องการคงแนววางกำลัง การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การไม่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และการใช้กลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน
กระทรวงการต่างประเทศของไทยเคยระบุว่า ไทยยึดถือและปฏิบัติตาม Joint Statement โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับการคงแนววางกำลัง และยืนยันความพร้อมในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน กระทรวงการต่างประเทศ
ผอ.JIC ระบุว่า สิ่งที่ไทยต้องการจาก UN ไม่ใช่การเข้าข้างฝ่ายใด แต่ต้องการให้รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ตรวจสอบหลักฐานด้วยมาตรฐานเดียวกัน และแยกประเด็นด้านมนุษยธรรมออกจากประเด็นอธิปไตยและการกำหนดเขตแดน ซึ่งควรดำเนินการผ่านกลไกที่ไทยและกัมพูชามีอยู่ร่วมกัน




