วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนในประเทศไทยระยะนี้เริ่มลดลง แต่ยังมีฝนบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนกระจายตัวมากกว่าภาคอื่น ช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ฝนอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนัก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าหลายพื้นที่จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 5–6 ตุลาคม
เจ้าพระยาจ่อเพิ่มระบายเป็น 2,400 ลบ.ม./วินาที
สทนช. ประเมินว่า ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังอีกประมาณ 500–600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลประทานจึงเร่งผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมถึงรับน้ำเข้าทุ่งลุ่มต่ำที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องระบายผ่านพื้นที่ท้ายน้ำ
เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนทยอยเพิ่มเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงบ่ายวันที่ 1 ตุลาคม โดยจะปรับตามสถานการณ์ พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อน การผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตกอาจทำให้แม่น้ำท่าจีนเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด ประชาชนริมแม่น้ำจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ขณะที่ เขื่อนภูมิพลงดระบายน้ำชั่วคราวระหว่างวันที่ 30 กันยายน–1 ตุลาคม ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ลดการระบายเหลือวันละ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อหน่วงน้ำตอนบนไม่ให้ลงมาสมทบกับลุ่มเจ้าพระยา
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์น้ำ 109% เตรียมเพิ่มการระบาย
สถานการณ์ลุ่มน้ำป่าสักยังต้องเฝ้าระวัง หลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำคิดเป็น 109% ของความจุเก็บกัก จำเป็นต้องเพิ่มการระบายลงแม่น้ำป่าสักแบบขั้นบันไดจนถึงวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เขื่อนพระรามหกต้องเตรียมปรับการระบายตามปริมาณน้ำที่ไหลลงมา ข้อมูลระดับน้ำ 109% สอดคล้องกับรายงานสถานการณ์ล่าสุดของกรมชลประทานที่เผยแพร่ในวันนี้ เดลินิวส์
ส่วน ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำ 99% ของความจุเก็บกัก เหลือพื้นที่รองรับน้ำประมาณ 123 ล้านลูกบาศก์เมตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยปรับการระบายเป็นวันละ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย สทนช. คาดว่ายังควบคุมการระบายท้ายเขื่อนแม่กลองได้ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ลุ่มน้ำบางปะกง เขื่อนคลองสียัดมีน้ำ 94% และเขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำ 97% ขณะที่เขื่อนประแสร์ในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกมีน้ำ 105% ของความจุเก็บกัก ทุกแห่งต้องปรับการระบายให้เหมาะสม เพื่อรักษาความมั่นคงของเขื่อนและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
สทนช. กำชับหน่วยงานเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำ และเครื่องจักรในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมเร่งเปิดทางระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยทุกช่องทาง โดยต้องติดตามน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งอาจทำให้การระบายน้ำลงทะเลช้าลง





