DSI สนธิกำลังภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาต” ทลายวงจรยาเสพติดข้ามชาติ ลุยค้น 5 จุดระนอง ยึดเรือประมง-ทรัพย์สินรวมกว่า 77 ล้านบาท ขยายผลจากคดีจับไอซ์ 2.4 ตัน เร่งปูพรมยึดทรัพย์ขบวนการนายทุนตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับความร่วมมือทางทะเลตัดวงจรค้ายาข้ามชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กองทัพเรือ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการสยบขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” นำโดย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมกัน แถลงผลการปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากกรณีที่ DSI ป.ป.ส. และกองทัพเรือ เคยร่วมกันจับกุมยึดของกลางยาไอซ์ล็อตใหญ่หนักกว่า 2.4 ตัน พร้อมผู้ต้องหา 8 ราย จากนั้นทางการได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 5 จุด ในพื้นที่จังหวัดระนอง สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่ เรือประมงจำนวนกว่า 50 ลำ, ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, รถยนต์และรถจักรยานยนต์รวม 30 คัน รวมถึงบัญชีธนาคารอีกกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 77 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ปูพรมกวาดล้างตามข้อร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ในพื้นที่ระนองเพื่อขจัดความเดือดร้อนให้ประชาชน

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งขยายผลออกหมายจับและเดินหน้าอายัดทรัพย์สินกลุ่มระดับสั่งการและกลุ่มนายทุนเบื้องหลังทั้งหมด ตามนโยบาย “กัดไม่ปล่อย ยึดทรัพย์ ทำลายวงจร” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทะเลร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปิดช่องทางขนส่งและทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติให้หมดสิ้นไป