วันที่ 1 ต.ค.69 - กรมชลประทานทยอยเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได หลังปริมาณน้ำจากภาคเหนือและลำน้ำสาขาไหลเข้าสู่ลุ่มเจ้าพระยามากขึ้น พร้อมแจ้งเตือน 11 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยแผนการระบายน้ำเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 ทยอยปรับจาก 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม และจะพิจารณาปรับเพิ่มตามสถานการณ์ โดยควบคุมไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เหตุใดต้องเพิ่มการระบาย?
กรมชลประทานคาดว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะมีน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานจะรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งประมาณ 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เหลือต้องระบายผ่านท้ายเขื่อน เพื่อรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับน้ำก้อนใหม่
น้ำกำลังไปทางไหน?
มวลน้ำจะไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ก่อนเคลื่อนผ่านพื้นที่ท้ายเขื่อน ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจึงลงสู่ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการตามลำดับ ทั้งนี้ ความเร็วและระดับน้ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา ฝนที่ตกเพิ่ม น้ำทะเลหนุน สภาพลำน้ำ และการบริหารประตูระบายน้ำในแต่ละพื้นที่
พื้นที่ใดต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
กรมชลประทานประเมินว่า หากเพิ่มการระบายในช่วง 2,200–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำอาจสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 40–70 เซนติเมตร
พื้นที่เฝ้าระวังประกอบด้วย
จังหวัดชัยนาท: อำเภอสรรพยา
จังหวัดสิงห์บุรี: อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี
จังหวัดอ่างทอง: อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก และเมืองอ่างทอง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
กรมชลประทานระบุว่า ผลกระทบหลักจะอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ส่วนชุมชนที่อยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำยังไม่อยู่ในขอบเขตผลกระทบตามการประเมินครั้งนี้ แต่ต้องติดตามฝน น้ำหนุน และความมั่นคงของแนวป้องกันควบคู่กันไป
กรมชลประทานได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานปลายน้ำเตรียมกำลัง เครื่องสูบน้ำ แนวป้องกัน และระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งนี้ การแจ้งเตือนทั้ง 11 จังหวัดไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะถูกน้ำท่วมในระดับเดียวกัน แต่เป็นการเตรียมพร้อมตลอดแนวลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และจุดที่ได้รับผลจากน้ำทะเลหนุน
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อความ Cell Broadcast เตือนประชาชนในอำเภอเมืองนครสวรรค์ หลังระดับน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น พร้อมแนะนำให้พื้นที่เสี่ยงยกของ เคลื่อนย้ายรถ และพากลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่แจ้งเตือนครอบคลุมหลายตำบล อาทิ บ้านมะเกลือ บ้านแก่ง บางม่วง บึงเสนาท บางพระหลวง เกรียงไกร แควใหญ่ นครสวรรค์ออก ตะเคียนเลื่อน และปากน้ำโพ
ขณะที่ เทศบาลนครนนทบุรีวางแนวกระสอบทรายตามพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดเสี่ยง รวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ตั้งแต่สนามบินน้ำถึงปากคลองบางเขนเก่า พร้อมเสริมแนวป้องกันบริเวณท่าน้ำนนท์และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหมายความว่าอะไร?
อัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เท่ากับน้ำประมาณ 2.5 ล้านลิตรไหลผ่านเขื่อนในทุกหนึ่งวินาที หากคงอัตรานี้ตลอด 24 ชั่วโมง จะเท่ากับน้ำประมาณ 216 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตัวเลขนี้เป็น “อัตราการไหล” ไม่ใช่ความสูงของน้ำ จึงไม่สามารถนำไปสรุปตรง ๆ ว่าพื้นที่ใดจะท่วมกี่เซนติเมตร ต้องพิจารณาระดับตลิ่ง ความจุลำน้ำ แนวคันกั้นน้ำ ฝนในพื้นที่ และน้ำทะเลหนุนร่วมด้วย





