นายวศวรรธน์ นาคนวล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนด่วนที่สุด ฉบับที่ 1 เรื่อง สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือกับการปรับแผนบริหารจัดการน้ำของเขื่อน
รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 840.94 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 96.49% ของความจุอ่างฯ โดยมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เฉลี่ย 737.78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ประมาณ 63.74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน) ขณะที่มีการระบายน้ำออกเพียง 25.07 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ราว 2.17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน) นอกจากนี้ จากการติดตามและคาดการณ์ของกรมชลประทานล่วงหน้า 7 วัน พบว่าจะมีมวลน้ำไหลลงอ่างฯ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องรวมอีกประมาณ 373.22 ล้านลูกบาศก์เมตร

เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการที่ปลอดภัย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากเดิมอัตรา 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปเป็นอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (หรือ 34.56 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน) โดยจะใช้วิธีทยอยปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ดังนี้:
-
วันที่ 30 กันยายน 2569: ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นอัตรา 115 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (9.97 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน)
-
วันที่ 1 ตุลาคม 2569: ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นอัตรา 230 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (19.87 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน)
-
วันที่ 2 ตุลาคม 2569: ปรับเพิ่มการระบายน้ำเต็มอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (34.56 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน)


การปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตราดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อน ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 3.50 ถึง 4.00 เมตร ทั้งนี้ ประเมินว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในลำน้ำและยังไม่เกิดสภาวะน้ำล้นตลิ่ง แต่เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด




