กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง หลังตรวจพบปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีมวลน้ำมหาศาลไหลบ่ารวมลงสู่แม่น้ำแม่กลองในปริมาณมากและรวดเร็วฉับพลัน
จากข้อมูลการตรวจวัดที่สถานีโทรมาตร K.58 บ้านปากแซง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. พบว่าแม่น้ำแควน้อยมีอัตราการไหลของน้ำสูงถึง 1,441 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแม่น้ำแควใหญ่ยังมีปริมาณน้ำหนุนสูง ทางสำนักงานชลประทานที่ 13 จึงได้ประเมินสถานการณ์ว่า อาจมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองมากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองบริเวณด้านท้ายเขื่อน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 2.50 เมตร




กรมชลประทาน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนแม่กลอง ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี, จังหวัดราชบุรี, จังหวัดนครปฐม, จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งขนย้ายสิ่งของมีค่า สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะขึ้นไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 แห่ง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสภาพน้ำตลอด 24 ชั่วโมง และบริหารจัดการน้ำผ่านอาคารชลประทานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด




