นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก กระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรของประชาชน รัฐบาลได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ล่าสุด กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาตรการแรก คือการยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยให้ติดตามปริมาณฝน ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย พร้อมประเมินแนวโน้มสถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมกำลังคน เครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์ จุดอพยพ และสถานที่รองรับประชาชน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
มาตรการที่สอง กำหนดให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือ ปภ.จังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับนายอำเภอ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามสถานการณ์ จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ได้รับผลกระทบ และสถานการณ์น้ำให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงเตรียมแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือน การอพยพ และการช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ ให้เตรียมและระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการ หากประเมินพบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้เร่งเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการและระดมทรัพยากรเข้าดำเนินการทันที
มาตรการที่สาม ให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับ ปภ.จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลสถานการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริง สามารถเตรียมตัวและปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง




