'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์กลางนิวยอร์ก! ร่วมเวที Jefferies Group ดึงกองทุนยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ลงทุนไทย ลั่นรัฐบาลพร้อมเปลี่ยน 'โอกาส' เป็น 'ธุรกิจจริง' ชูจุดแข็งฐานการผลิตแข็งแกร่ง-โครงสร้าง AI-เสถียรภาพการคลัง เผยยอดขอ BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 1.37 ล้านล้านบาท พร้อมลุยปรับเกณฑ์ Data Center หนุนเศรษฐกิจโตยั่งยืน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน เวลา 10.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก) ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บริษัทการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC ได้จัดเวทีต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองกับตัวแทนกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า หน้าที่หลักของรัฐบาลไทยคือการเปลี่ยน "โอกาส" ให้เกิดขึ้นเป็น "ธุรกิจจริง" เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น

ในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอเหตุผลสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติควรพิจารณาเลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุน โดยระบุว่าผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ เนื่องจากไทยมีฐานการผลิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มีระบบคมนาคมครอบคลุม รวมถึงมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่พร้อมเชื่อมโยงกับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก ทั้งความพร้อมด้านการจัดเก็บข้อมูล การส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูง และระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ขณะเดียวกัน โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพแข็งแกร่งจากเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง และระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามกฎหมาย ทำให้ไทยมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอในการรับมือกับความผันผวนภายนอก

นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยตัวเลขความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากต่างประเทศสูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาโอกาส และประเทศไทยก็มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในกลุ่ม Data Center รัฐบาลยินดีต้อนรับ แต่ได้สั่งการให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย ย้ำถึงความพร้อมของรัฐบาลในการเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอแนะและข้อกังวลจากนักลงทุนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อร่วมมือกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดผลสำเร็จจริง

Article Image