‘ทรงศักดิ์’ ยันรัฐบาลเอาอยู่! สยบกระแสเพจดังปั่นข่าวมหาอุทกภัย การันตีพื้นที่ยังรองรับน้ำได้ วอนประชาชนกลั่นกรองข่าวโซเชียล ไม่ห่วงกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 24-26 ก.ย. ย้ำมีมาตรการป้องกันรัดกุม เร่งติดเครื่องมือตรวจวัดความแม่นยำ พร้อมคลายกังวลคน กทม. คุมน้ำเจ้าพระยาได้ พร้อมไฟเขียววงเงินประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน มีผล 1 ต.ค. นี้

 

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเพจเตือนภัยพิบัติบนโลกออนไลน์ออกมานำเสนอข่าวสารว่าอาจเกิดวิกฤตมหาอุทกภัยในระยะนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีข้อมูลถูกต้อง เนื่องจากเจ้าของเพจไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกจริง แต่รัฐบาลมีหน่วยงานหลักอย่างกรมอุตุนิยมวิทยาคอยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีการประเมินสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 24-26 กันยายนอย่างใกล้ชิด พบว่าจะเริ่มมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ปริมาณน้ำฝนจะไม่รุนแรงถึงขั้นเกิดมหาอุทกภัยตามที่เป็นข่าว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะทุกหน่วยงานได้เตรียมแผนรับมือไว้พร้อมแล้ว

นายทรงศักดิ์ ยืนยันว่า ปริมาณน้ำฝนและพื้นที่เสี่ยงภัยในปัจจุบันยังคงสามารถรองรับน้ำได้ และรัฐบาลยังบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญและภาวะภัยแล้งในอนาคตด้วย โดยในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้มีการหารือกันว่าการเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริงในลักษณะ เฟคนิวส์ (Fake News) ถือเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลโดยไม่จำเป็น ทั้งที่รัฐบาลมีมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถห้ามการโพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียได้ จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เสนอขอติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดข้อมูลน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประมวลผลและการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐมีเวลาเตรียมตัวอพยพได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้รายงานตัวเลขความจุของอ่างเก็บน้ำต่างๆ ซึ่งยังคงมีพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเติมได้ โดยตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เน้นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำและแก้มลิง ส่วนข้อกังวลของชาวกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ยืนยันว่าจะควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยไม่ให้กระทบต่อประชาชน

สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินจัดหาประกันภัยพิบัติ จำนวน 1.55 หมื่นล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วภายใน 45 วัน โดยครอบคลุมทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้