วันที่ 19 ก.ย.69 - อากาศที่ร้อนขึ้นและฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของ เวสต์ไนล์ไวรัส (West Nile virus) ในยุโรป โดยอิตาลีพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและเริ่มตรวจพบในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบน้อย ขณะที่ฤดูการแพร่เชื้อมีแนวโน้มยาวนานขึ้น

ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอิตาลีระบุว่า ปีนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 650 ราย คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานในยุโรปทั้งหมด

อันโตนิโน เบลลา นักวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติอิตาลี (ISS) ระบุว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่วยให้ยุงขยายพันธุ์ได้ดีขึ้นและยืดระยะเวลาการแพร่เชื้อ ทำให้โอกาสที่ยุงติดเชื้อจะแพร่ไวรัสสู่คนเพิ่มขึ้น

อิตาลีถือว่าเวสต์ไนล์ไวรัสเป็นโรคประจำถิ่นมาตั้งแต่ปี 2563 หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และปัจจุบันมักพบการระบาดในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง โดยในบางพื้นที่ฤดูการแพร่เชื้ออาจลากยาวไปจนถึง เดือนพฤศจิกายน

ผู้ติดเชื้อประมาณ 80% ไม่มีอาการ ขณะที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่มีอาการจะมีลักษณะคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้และอ่อนเพลีย ส่วนภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทพบในผู้ติดเชื้อส่วนน้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว

สถานการณ์ในอิตาลีกำลังได้รับความสนใจจากประเทศยุโรปที่อยู่ทางตอนเหนือ โดยเนเธอร์แลนด์รายงานผู้ติดเชื้อเวสต์ไนล์มากกว่า 20 รายในปีนี้ ซึ่งเป็นการพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 และมีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย

ผู้บริหารฝ่ายภัยคุกคามจากโรคระบาด โรคติดต่อ และการดื้อยาต้านจุลชีพขององค์การอนามัยโลกประจำยุโรป ระบุว่า อากาศที่อุ่นขึ้นทำให้ระยะเวลาที่ไวรัสและยุงสามารถเพิ่มจำนวนได้นานขึ้น ส่งผลให้ฤดูการแพร่เชื้อในหลายประเทศมีแนวโน้มขยายตัว  อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ปัจจัยเดียว ยังมีทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินที่อาจมีส่วนทำให้รูปแบบการแพร่ระบาดเปลี่ยนไป

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) เตือนว่า แนวโน้มอุณหภูมิที่สูงขึ้น คลื่นความร้อนและน้ำท่วมที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น รวมถึงฤดูร้อนที่ยาวนาน อาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่กระจายของยุงบางชนิด  หนึ่งในนั้นคือ ยุงลายเสือ (Aedes albopictus) ซึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนพบการตั้งถิ่นฐานใน 8 ประเทศของยุโรป ครอบคลุม 114 ภูมิภาค แต่ปัจจุบันขยายเป็น 13 ประเทศ และ 337 ภูมิภาค

Cr.AP

Article Image