ซาอุฯ-อียิปต์ ผนึกกำลังเรียกร้องเสรีภาพเดินเรือทะเลแดง ลั่นตอบโต้ฮูตีขั้นเด็ดขาด
เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จเยือนกรุงไคโรเพื่อหารือร่วมกับ นายอับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความตึงเครียดอย่างหนัก จากผลกระทบของสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน โดยทั้งสองผู้นำได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญต่อการค้าและการขนส่งพลังงานของโลก
การเจรจาระดับผู้นำครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยกระดับการบุกยึดเมืองท่าโมชาและพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงไปจนถึงเกาะฮานิช ทำให้กลุ่มฮูตีสามารถขยายอิทธิพลเข้าควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ทางออกด้านใต้ของทะเลแดงได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย โดยการโจมตีระลอกล่าสุดส่งผลให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 13 ราย จนทำให้ทางการซาอุดีอาระเบียต้องออกมาชี้แจงพร้อมประกาศที่จะตอบโต้กลุ่มฮูตีอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา ได้ประเมินว่า สหรัฐฯ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินมาครึ่งปีไปแล้วราว 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.5% ในไตรมาสแรกของปี 2570 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายและคลังอาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ที่ลดลง ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่ผันผวนสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป




