‘สส.ภราดร’ ตั้งคำถาม กกต. ปมฮั้ว สว. เหตุใดลงมติรายบุคคล หากเชื่อมี ‘กระบวนการ’ ทำไมไม่ลงมติภาพรวม ถามโพยฮั้วของจริงหรือ?
.
วันนี้ (16 กันยายน 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ใช้สิทธิ์อภิปรายฝากคำถามสำคัญ 2 ประเด็นไปยัง กกต. และฝ่ายเลขาธิการที่เข้าร่วมรับฟังการประชุม
.
นายภราดร กล่าวถึงประเด็นแรก เรื่องข้อกล่าวหากระบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ว่า หาก กกต. เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วจริงตามสำนวนอนุกรรมการ ชุดที่ 26 เหตุใดมติ กกต. ทั้ง 7 ท่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จึงเป็นการลงมติรายบุคคลแบบเอกฉันท์ว่าผู้ถูกกล่าวหาทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แทนที่จะลงมติตัดสินแบบก้อนใหญ่ ซึ่งมติรายบุคคลนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนว่า กกต. ไม่ได้เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง
.
นายภราดร ได้เปิดลำดับเวลาชี้ให้เห็นความผิดปกติ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 DSI เคยส่งเรื่องให้ กกต. แต่ กกต. ไม่รับเพราะไม่ใช่หน้าที่ จากนั้นวันที่ 6 มีนาคม 2568 DSI จึงไปตั้งเป็นคดีพิเศษเรื่องฟอกเงินและอั้งยี่ ก่อนที่ กกต. จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 และดึงเจ้าหน้าที่ DSI 3 คนเข้ามาเป็นอนุกรรมการ ซึ่งพบกรณีพยานรหัส 16/26 กลับคำให้การเนื่องจากถูก DSI ข่มขู่ให้การใส่ร้ายกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ทั้งคุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ โดยมีหน้าห้องของผู้สมัคร สว. ที่สอบตกเข้ามาสอบสวนพยาน เพื่อสร้างภาพปีศาจหวังผลลากไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย
.
นายภราดร กล่าวถึงประเด็นที่สอง เรื่องโพยการเลือกตั้ง สว. ว่า กกต. ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นโพยจริงหรือปลอม เนื่องจากเอกสารดังกล่าวถูกส่งถึงมือ กกต. หลังจากทราบผลผู้ชนะครบทั้ง 200 คนแล้ว โดยผู้ร้องอ้างว่าเก็บได้ตามห้องน้ำหรือหน้าห้องประชุม จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการทำโพยขึ้นมาใส่ตัวเลขทีหลังประมาณ 40-50 โพย เพื่อสร้างเป็นหลักฐาน จึงขอฝาก 2 คำถามนี้เพื่อให้ กกต. ให้ความเป็นธรรมแก่พวกตนที่ต้องอดทนในฐานะผู้ถูกกล่าวหามาตลอด 2 ปี