การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดือด ฝ่ายค้านอภิปรายรายงาน กกต. ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง มุ่งเป้าสอบคดีฮั้ว สว. ชี้ กกต. ขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบทุจริตจนเกิดวิกฤตศรัทธา

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ 2568 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นผู้เสนอรายงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อ สส. ฝ่ายค้าน อภิปรายโจมตีมติ กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว. โดยฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายต่อเนื่องนานกว่า 5 ชั่วโมง มุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. โดยเฉพาะการตรวจสอบคดีทุจริตและการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มองว่าทำให้ประชาชนหมดความศรัทธาลงเรื่อยๆ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีการลุกขึ้นประท้วงกันเป็นระยะระหว่าง ส.ส.พรรคประชาชน และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

ในช่วงการอภิปราย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้ตนกังวลต่อการดำรงอยู่ของ กกต. ที่เป็นเหมือน "ตะแกรงกรองคนดี" เข้าสู่ระบบการเมือง หากปล่อยให้ตะแกรงบิดเบี้ยวจนคนชั่วลอดเข้ามาได้ ย่อมถือเป็นความบกพร่องและบาปกรรมต่อประเทศ

ขณะที่ นายชยพล สท้อนดี ส.ส.พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการตัดตอนคดีฮั้ว สว. ที่เชื่อมโยงกับบุคลากรของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงกรณีผู้สมัคร สว. ในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งพบความผิดปกติแต่ กกต. กลับไม่มีการสั่งฟ้อง ส่งผลให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ต้องลุกขึ้นประท้วงว่ากระบวนการตัดสินจบไปแล้ว และเป็นการจงใจโยนความผิดให้พรรค

นอกจากนี้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า กกต. ทำตัวเป็น "ตรายางสีน้ำเงิน" และขอถามถึงการส่งสำนวนดำเนินคดีเพียง 77 ราย ทั้งที่มีอำนาจส่งให้ศาลชี้ขาดทั้งหมดได้ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ หลังจบการพิจารณารายงานของ กกต. ที่ประชุมสภาฯ มีกำหนดการที่จะเข้าสู่วาระพิจารณาศึกษาแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป