การขยับตัวครั้งสำคัญของมังงะและอนิเมะฟุตบอลระดับปรากฏการณ์อย่าง "Blue Lock" (ขังดวลแข้ง) ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงจริง (Live-Action) โดยค่ายยักษ์ใหญ่ Toho ร่วมกับทีมผู้สร้างมือทองอย่าง CREDEUS (ทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Kingdom และ Golden Kamuy)

Article Image

        ได้กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ถูกจับตามองอย่างหนักในกลุ่มแฟนการ์ตูนและคอภาพยนตร์ทั่วโลก ซึ่งหลังจากการเข้าฉายอย่างเป็นทางการ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้แบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ทั้งในแง่คำชื่นชมและข้อกังวลที่หนังไลฟ์แอ็กชันญี่ปุ่นมักต้องเผชิญ

1. เสียงชื่นชม: พลังงานความคลั่ง และแคสติงที่ "ถอดวิญญาณตัวละคร" ออกมา

  • การคัดเลือกนักแสดงและออร่าความเป็น "อีโกอิสต์": จุดที่ได้รับคำชมอย่างเป็นเอกฉันท์คือบทบาทของ "เอโกะ จินปาจิ" ผู้คุมโปรเจกต์คุกฟ้า ซึ่งรับบทโดย มาซาทากะ คุโบตะ (Masataka Kubota) ที่ถ่ายทอดความจิต ความเยือกเย็น และปรัชญาฟุตบอลแบบเห็นแก่ตัวออกมาได้อย่างทรงพลัง ขณะที่ ทาคาฮาชิ ฟูมิยะ (Fumiya Takahashi) ในบท "อิซางิ โยอิจิ" และ ซากุไร ไคโตะ (Kaito Sakurai) ในบท "บาจิระ เมงุรุ" สามารถเค้นอารมณ์ความกดดันและความกระหายชัยชนะของนักเตะเยาวชนออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

  • ความสมจริงของทักษะลูกหนัง: ต่างจากภาพยนตร์ดัดแปลงทั่วไปที่ใช้แต่มุมกล้องตัดต่อ นักแสดงชุดนี้ผ่านการเข้าแคมป์ฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างจริงจังหลายเดือน ทำให้จังหวะการจับบอล การจับคู่ดวลตัวต่อตัว (1-on-1) และการสปีดเข้าทำ มีความหนักแน่นและดูเป็นนักกีฬาอาชีพจริง

  • งานสร้างและดนตรีประกอบ: ได้รับอานิสงส์จากโปรดักชันระดับ CREDEUS ทำให้ฉากศูนย์ฝึกคุกฟ้า ล็อกเกอร์รูม และสนามหญ้าสังเคราะห์มีบรรยากาศกดดันและล้ำสมัย สอดรับกับเพลงประกอบภาพยนตร์ "Monstro" ของ Ado ที่ช่วยเร่งจังหวะอะดรีนาลีนของเรื่องได้ดี

Article Image

2. ประเด็นวิพากษ์: เส้นบางๆ ระหว่าง 'พลังแฟนตาซี' กับ 'ความลอยของ CG'

  • ภาพสะท้อน "ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์และอสุรกาย": เอกลักษณ์ของ Blue Lock ในเวอร์ชัน 2D คือการใช้ภาพจินตภาพเชิงสัญลักษณ์ (Metaphor) เช่น ออร่าไฟลุกท่วมตัว, กลิ่นของเป้าหมาย, สัตว์ประหลาดในจิตใจของบาจิระ หรือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ความคิดรอบตัวอิซางิ ซึ่งเมื่อถูกนำมาแปลงเป็นภาพกราฟิก 3D บนคนจริง ผู้ชมบางส่วนสะท้อนว่าให้ความรู้สึก "หลุดลอยและแปลกแยก" ขัดกับโทนการแข่งขันฟุตบอลในสนามที่พยายามทำให้ดูสมจริง

  • กับดักทรงผมและ "ลุคคอสเพลย์": แม้ทีมงานจะพยายามปรับวิกผมและสีผมของตัวละครอย่าง จิงิริ เคียวมะ หรือ คุนิงามิ เรนสุเกะ ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว แต่สำหรับผู้ชมทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามมังงะ ยังคงมองว่ารูปลักษณ์บางส่วนดูเหมือนงานคอสเพลย์บนเวทีการแสดง มากกว่าเด็กมัธยมปลายในโลกความเป็นจริง

  • การบีบอัดเนื้อหาในเวลา 2 ชั่วโมง: การนำศึกคัดเลือกรอบแรก (First Selection) ทั้งหมดมาตัดทอนให้อยู่ในความยาวประมาณ 128 นาที ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ของทีม Z และจุดพลิกผันของตัวละครสมทบหลายคนขาดความลึกซึ้งไปอย่างน่าเสียดาย

Article Image

 

สรุปภาพรวม : Blue Lock ฉบับภาพยนตร์คนแสดง ถือเป็นความพยายามที่กล้าหาญในการท้าทายขนบของภาพยนตร์แนวกีฬา แม้จะยังไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเอฟเฟกต์แฟนตาซีในโลกความจริงได้ทั้งหมด แต่ด้วยพลังการแสดงและแก่นเรื่องที่ชู "ความเห็นแก่ตัวเพื่อเป็นเบอร์หนึ่ง" อย่างดุดัน ทำให้ผลงานเรื่องนี้สอบผ่านในฐานะหนังบันเทิงที่รักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมของมังงะไว้ได้อย่างน่าพอใจ

 

CR.MajorGroup