วันที่ 16 ก.ย.69 - นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” มาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศว่า มีแนวโน้มเลื่อนระยะเวลาเริ่มดำเนินโครงการออกไป จากเดิมกำหนดเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นช่วงเดือน เมษายน 2570 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือโลว์ซีซั่น
นายสุรศักดิ์ ระบุว่า จากการหารือร่วมกันทั้งในระดับคณะรัฐมนตรี กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และรัฐมนตรีหลายฝ่าย เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่มีความเห็นแตกต่างกันเรื่องช่วงเวลาการใช้งบประมาณ โดยส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรนำงบประมาณไปใช้ในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งเป็นช่วงปลายปีถึงต้นปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีแผนเดินทางอยู่แล้ว โรงแรมหลายแห่งมีอัตราการเข้าพักสูงตามปกติ ทำให้การใช้งบประมาณอาจไม่สามารถเพิ่มแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วางกรอบงบประมาณไว้ประมาณ 4,000 ล้านบาท รองรับประชาชนจำนวน 1 ล้านสิทธิ รูปแบบเบื้องต้น รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักจำนวน 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน พร้อมคูปองดิจิทัลในระบบร่วมจ่าย 50:50 โดยแบ่งเป็น
เมืองหลัก สนับสนุนวงเงิน 1,500 บาทต่อวัน , เมืองรอง สนับสนุนวงเงิน 2,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ หลักการ เงื่อนไข และกรอบงบประมาณเดิมได้รับความเห็นชอบในเบื้องต้นแล้ว โดยมีการกันวงเงินไว้เรียบร้อย เพียงแต่ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการดำเนินโครงการ
เดิมโครงการวางแผนเริ่มใช้สิทธิช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมกำหนดช่วงงดใช้สิทธิ (Blackout Period) ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2569 – 15 มกราคม 2570 เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นว่า การดำเนินโครงการในลักษณะเว้นช่วง อาจทำให้มาตรการขาดความต่อเนื่อง จึงมีแนวคิดรวบช่วงเวลาดำเนินการไปไว้หลังผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ และเริ่มในช่วงเดือนเมษายน 2570 แทน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 อาจใช้มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่อยู่ระหว่างพิจารณาต่ออายุ เป็นกลไกช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของประชาชนไปก่อน จากนั้นจึงนำโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 4,000 ล้านบาท มาใช้ในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียน เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน พบว่าผู้ประกอบการบางส่วน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เห็นว่าการจัดโครงการในช่วงไฮซีซั่นอาจไม่เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากห้องพักมีผู้ใช้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนเห็นต่าง เพราะบางพื้นที่อาจยังมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม จึงต้องหารือกับภาคเอกชนอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครอบคลุมทุกฝ่าย ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือนกันยายน โดยจะรอให้รายละเอียดช่วงเวลาและรูปแบบโครงการมีความชัดเจน ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

