วันที่ 16 ก.ย.69 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้คณะกรรมการฯ เตรียมหารือข้อเสนอการต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังโครงการปัจจุบันใกล้สิ้นสุด โดยระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอรายละเอียดข้อเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรูปแบบมาตรการ เงื่อนไข และวงเงินที่จะใช้ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
สำหรับเหตุผลสำคัญที่อาจนำไปสู่การต่ออายุโครงการ มาจากสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน และกลับมามีการสู้รบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบกลับมาสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ประเมินว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายภายใน 4 เดือน
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า หากมีการต่ออายุโครงการ จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยปัจจุบันวงเงินกู้ในส่วนที่จัดสรรเพื่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ยังเหลืออยู่มากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากใช้หลักเกณฑ์เดิม สามารถดำเนินโครงการต่อได้ประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปรูปแบบของ “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ว่าจะเป็นการจ่ายเงินในรูปแบบใด หรือมีวงเงินช่วยเหลือเท่าใด เนื่องจากต้องรอข้อเสนออย่างเป็นทางการจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ
นายลวรณยังเปิดเผยว่า หากวงเงินกู้ส่วนช่วยเหลือประชาชนจำนวน 2 แสนล้านบาทไม่เพียงพอ ตามกรอบกฎหมายยังสามารถพิจารณาโยกวงเงินอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเดิมจัดไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด มาสนับสนุนเพิ่มเติมได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะเร่งพิจารณาเพื่อให้สามารถเสนอเข้าสู่ ครม. ได้ทันก่อนโครงการเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้มาตรการดำเนินต่อเนื่อง โดยการขยายระยะเวลาจะเป็นไปตามรายละเอียดข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง




