วันที่ 11 ก.ย.69 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตลาดหลังกระทรวงการคลัง เพื่อติดตามการใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และการใช้งาน AI “นกกระซิบ” ของร้านค้า

AI “นกกระซิบ” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ข้อมูลจากการทำธุรกิจจริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายในแต่ละช่วงเวลา พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้า ต้นทุนสินค้า และแนวโน้มรายได้ เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถวางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้น  พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยยังเปิดตัวสินเชื่อ 2 รูปแบบ เพื่อเชื่อมข้อมูลการค้าขายกับโอกาสทางการเงิน

โครงการแรก คือ “สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก” สำหรับร้านค้าถุงเงินที่ใช้ AI “นกกระซิบ” วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย โดยใช้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ค้ำประกัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อดังกล่าวคิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี คงที่ในช่วง 2 ปีแรก และยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

อีกโครงการ คือ “สินเชื่อสิบหมื่น” ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 11% ต่อปี ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน และ Krungthai NEXT โดยเงื่อนไขการอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้ข้อมูลจากการค้าขายจริงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขรายรับ–รายจ่าย แต่สามารถนำมาใช้เป็น “ประวัติทางธุรกิจ” เพื่อช่วยประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และลดข้อจำกัดของกลุ่มที่อาจไม่มีหลักทรัพย์หรือเอกสารทางการเงินมากเพียงพอ

กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยคาดหวังว่า การผสานข้อมูลธุรกิจกับเทคโนโลยี AI จะช่วยให้ Micro SME บริหารร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนและเติบโตได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว

Article ImageArticle Image