วันที่ 30 ส.ค.69 - ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เพื่อประเมินพฤติกรรมการพังทลายของโครงสร้างและเสนอแนวทางจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย โดยเตือนว่าโครงสร้างที่เหลืออยู่ยังมีความไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงพังถล่มเพิ่มเติม หากดำเนินการรื้อถอนโดยไม่มีแผนทางวิศวกรรมที่รัดกุม

ศ.ดร.อมร ระบุว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์มีพื้นที่มากกว่า 15,000 ตารางเมตร จัดเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยควรมีมาตรการป้องกันอัคคีภัยสำหรับโครงสร้างอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะโครงสร้างเหล็กที่ต้องได้รับการป้องกันความร้อนเพื่อให้สามารถคงกำลังรับน้ำหนักในช่วงเกิดเพลิงไหม้ได้  อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ครั้งนี้พบว่าโครงสร้างบางส่วนของอาคารเกิดการพังทลายภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบว่า ระบบป้องกันไฟของโครงสร้างเป็นไปตามมาตรฐานและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

Advertisement

ศ.ดร.อมร อธิบายว่า เมื่อโครงสร้างเหล็กได้รับความร้อนระดับประมาณ 500–600 องศาเซลเซียส กำลังรับน้ำหนักของเหล็กสามารถลดลงมากกว่าครึ่ง ขณะเดียวกันตัวเหล็กจะเกิดการขยายตัวจากความร้อน ส่งแรงไปยังเสาและจุดต่อของโครงสร้าง  เมื่อคานเริ่มโก่งตัวหรือดันเสา จุดเชื่อมต่อซึ่งใช้สลักเกลียวหรือโบลต์อาจเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ชิ้นส่วนโครงสร้างทยอยสูญเสียเสถียรภาพ และนำไปสู่การพังทลายต่อเนื่องในลักษณะ “โดมิโน”

ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครยืนยันว่าอาคารดังกล่าวเป็นโครงสร้างเหล็ก และมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียกำลังเมื่อได้รับความร้อนสูง โดยระหว่างการดับเพลิงเจ้าหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปปฏิบัติงานภายใน เนื่องจากกังวลเรื่องการทรุดตัวของอาคาร

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ให้ความสำคัญ คือระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ หรือสปริงเกอร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มทำงานเมื่ออุณหภูมิบริเวณหัวตรวจจับเพิ่มสูงถึงระดับที่กำหนด  จากความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงต้องตรวจสอบว่าระบบสปริงเกอร์ ปั๊มน้ำดับเพลิง ตลอดจนปริมาณน้ำสำรองภายในอาคารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเกิดเหตุหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบเอกสารการตรวจสอบระบบอาคารทั้งประจำปีและตามรอบที่กฎหมายกำหนด

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของกรุงเทพมหานครที่ระบุว่า ภายในอาคารมีการติดตั้งสปริงเกอร์ แต่จากภาพกล้องวงจรปิดเบื้องต้นยังไม่พบว่าระบบทำงานในช่วงเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ดูแลอาคารบางฝ่ายมีข้อมูลอีกด้านว่าระบบทำงานตามปกติ จึงยังต้องรอการตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อหาข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ศ.ดร.อมร ระบุว่า สภาพโครงสร้างในปัจจุบันยังไม่มั่นคง เนื่องจากชิ้นส่วนที่พังลงมาบางส่วนอยู่ในลักษณะค้ำยันโครงสร้างส่วนอื่น หากเข้าไปตัดหรือรื้อออกทันทีโดยไม่ได้วิเคราะห์แรงและลำดับการรื้อ อาจทำให้ชิ้นส่วนที่ยังเหลืออยู่พังลงมาเพิ่มเติม  จึงจำเป็นต้องจัดทำ Demolition Plan หรือแผนการรื้อถอนอาคาร โดยวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดขั้นตอนและทิศทางการรื้อให้ชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินการ  สำหรับแนวทางเบื้องต้น ควรรื้อจากส่วนบนลงล่าง และจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้างอย่างเป็นลำดับ รวมถึงควบคุมทิศทางไม่ให้ชิ้นส่วนอาคารพังออกไปกระทบอาคารหรือทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบ

ศ.ดร.อมร ประเมินว่า การจัดทำแผนรื้อถอนเบื้องต้นอาจใช้เวลาไม่เกินครึ่งวัน หากมีข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญพร้อม แต่การดำเนินงานจริงต้องพิจารณาสภาพโครงสร้าง ความปลอดภัย และข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เอกชนอย่างละเอียด ขณะนี้ยังไม่ควรสรุปว่าเหตุการณ์เกิดจากความบกพร่องของฝ่ายใด เนื่องจากต้องตรวจสอบทั้งอายุอาคาร แบบก่อสร้างเดิม การดัดแปลงอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย ประวัติการตรวจอาคาร และข้อกำหนดทางกฎหมายที่ใช้ในช่วงเวลาที่อาคารก่อสร้าง  สาเหตุของเพลิงไหม้เองก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์คลองถมเซ็นเตอร์ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับอาคารเก่าและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่การค้าที่มีสินค้าหรือวัสดุซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบทั้งความมั่นคงของโครงสร้าง ระบบสปริงเกอร์ ระบบปั๊มน้ำดับเพลิง ทางหนีไฟ และระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ