กลายเป็นประเด็นมหากาพย์ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี กรณีที่ "ต้า เฟ็ดเฟ่" หรือ นายลิขิต สิทธิพันธุ์ ออกมาปล่อยคลิปเสียงสนทนากับคู่กรณีเพื่อขอแบ่งทรัพย์สินจากการร่วมก่อตั้งเพจและบริษัทเดิม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ล่าสุด เจ้าตัวพร้อมทนายความได้เดินทางมาเปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส ถึงเบื้องลึกความขัดแย้งทั้งหมด
"ต้า เฟ็ดเฟ่" เล่าย้อนจุดเริ่มต้นว่า เคยเปิดบริษัทร่วมกันและใช้บ้านของตนเองเป็นออฟฟิศ แต่เริ่มมีความคิดเห็นไม่ลงรอยและทะเลาะกันตั้งแต่สัปดาห์แรก แม้พยายามปรับตัวเพื่อทำงานต่อ แต่กลับเริ่มเผชิญกับพฤติกรรม Gaslighting ถูกครอบงำทางความคิด ถูกทำให้รู้สึกว่าเป็นฝ่ายผิดเสมอ ตลอดจนถูกด้อยค่าในที่ทำงาน มีการทำคอนเทนต์แกล้งที่รุนแรง เช่น การโกนหัว ไปจนถึงขั้นการวางยานอนหลับเกินขนาดให้รับประทาน จนตนเองกลายเป็นตัวตลกที่ใครจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งตนยอมทนเพราะไม่อยากให้เสียบรรยากาศการทำงาน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างหนักและต้องเข้ารับการรักษาทางจิตเวชโดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน
ต้า ระบุว่า สาเหตุที่ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาต้องเผชิญมรสุมชีวิต ทั้งพ่อป่วยหนักและต้องเลิกรากับคนรัก แต่เมื่อเคยออกมาพูดเมื่อปีก่อน กลับถูกรวมกลุ่มทำคลิปล้อเลียนซ้ำเติม
ส่วนประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการโกงเงินนั้น "ต้า" ชี้แจงว่า บัญชียูทูบของเฟ็ดเฟ่ตนเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้น 98.5% ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นรายได้จากยอดวิวเก่า โดยทนายความได้ชี้แจงเสริมว่า เงินที่นำออกมานั้นถูกนำไปใช้จ่ายค่าภาษีและค่าทำบัญชีเนื่องจากบริษัทยังไม่ได้ปิดตัวลง แต่คู่กรณีมองว่าไม่ถูกต้องและกดดันให้พิมพ์ข้อความขอโทษในกลุ่ม จนกลายเป็นแชตหลุดที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด
นอกจากนี้ ต้ายังเปิดเผยถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่สุดว่า เคยถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนักจนมืดแปดด้าน ถึงขั้นเดินเท้าจากพระโขนงไปยังจังหวัดนนทบุรีเพื่อขอความช่วยเหลือจากทนายความในสภาพไม่มีเงินติดตัว และยอมรับว่าเคยคิดสั้นถึงขั้นติดต่อซื้อปืนผ่านเพจออนไลน์แต่ถูกหลอก จึงรอดชีวิตมาได้และตัดสินใจเดินหน้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริงในที่สุด






