วันที่ 23 ส.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมเป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กำชับทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย พร้อมย้ำระบบแจ้งเตือนต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวก่อนมวลน้ำเข้าสู่พื้นที่

การประชุมมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ตลอดจนผู้บริหารจังหวัดและหน่วยงานด้านน้ำ โดยมีการเชื่อมข้อมูลกับจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ทั้งพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และพื้นที่ปลายน้ำที่อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

Advertise

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม  จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เรือ และเครื่องสูบน้ำไว้ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันดับแรก

นายกรัฐมนตรีมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่เร่งเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟู โดยเฉพาะการระบายน้ำและสูบน้ำที่ยังท่วมขังในชุมชน เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว  พร้อมให้สำรวจและฟื้นฟูความเสียหายทั้ง บ้านเรือน ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า สถานพยาบาล พื้นที่การเกษตร และระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยาโดยไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องรอนาน  

ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นลดขั้นตอนเอกสารในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และให้เจ้าหน้าที่ทำงานเชิงรุกลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งจ่ายความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ  หนึ่งในข้อสั่งการสำคัญของนายกรัฐมนตรี คือการยกระดับระบบติดตามและแจ้งเตือน โดยให้ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามทั้งปริมาณน้ำ เส้นทางการเคลื่อนตัว และเวลาที่มวลน้ำจะเข้าสู่พื้นที่สำคัญ  ข้อมูลดังกล่าวต้องถูกนำมาใช้แจ้งเตือนประชาชนให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ ชุมชน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาขนย้ายทรัพย์สิน รถยนต์ และเตรียมอพยพ ไม่ใช่รอให้มวลน้ำมาถึงแล้วจึงแจ้งเตือน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำแนวคิดว่า “อย่ารอให้น้ำมาถึง” พร้อมสั่งให้หน่วยงานปรับระบบและเทคโนโลยีแจ้งเตือนให้มีข้อมูลทันสถานการณ์มากขึ้น  นอกจากนี้ยังกำชับให้พื้นที่เสี่ยงจัดลำดับการอพยพ ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และกลุ่มเปราะบาง เป็นพิเศษ โดยต้องเตรียมข้อมูลรายบุคคล จุดเคลื่อนย้าย และพื้นที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า  หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ต้องมีเรือ รถ เครื่องสูบน้ำ เจ้าหน้าที่ และพื้นที่รองรับพร้อมใช้งาน หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะสามารถเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายประชาชนได้ทันที ลดความเสี่ยงจากการอพยพในช่วงที่สถานการณ์รุนแรงแล้ว

สถานการณ์จังหวัดน่านขณะนี้เริ่มเปลี่ยนจากช่วง อพยพและช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าสู่ระยะฟื้นฟู หลายหน่วยงานได้ส่งกำลังพล เครื่องจักร และอากาศยานเข้าช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน เปิดเส้นทาง และส่งเสบียงให้ชุมชนที่การเดินทางยังมีข้อจำกัด  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงติดตามฝนและมวลน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านยังมีโอกาสได้รับฝนเพิ่มเติม การฟื้นฟูจึงต้องทำควบคู่กับการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำในพื้นที่เดิมหรือพื้นที่ท้ายน้ำ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ