สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 5,465 ราย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ประชาชนร้อยละ 71.77 เข้าร่วมใช้สิทธิในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ได้ใช้สิทธิส่วนใหญ่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว หรือติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติและการเข้าถึงเทคโนโลยี
สำหรับหมวดสินค้าและบริการที่ประชาชนนิยมใช้สิทธิมากที่สุด ได้แก่
-
อาหารพร้อมทาน: ร้อยละ 48.22
-
อาหารสด: ร้อยละ 38.87
-
ของใช้ประจำวันและของใช้ในครัวเรือน: ร้อยละ 32.22
-
เครื่องประกอบอาหาร: ร้อยละ 26.73
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่า ผลของมาตรการส่งผลให้ประชาชนร้อยละ 36.96 มีความมั่นใจและกล้าจับจ่ายใช้สิทธิมากขึ้น, ร้อยละ 24.50 นำเงินส่วนต่างที่ประหยัดได้ไปใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นอื่น และร้อยละ 23.00 มีการซื้อสินค้าและบริการในชุมชนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ หลังโครงการสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 31.58 ระบุว่าจะกลับไปซื้อสินค้ากับร้านค้าเดิมเป็นส่วนใหญ่ และร้อยละ 20.70 ระบุว่าจะกลับไปซื้อบางส่วน ขณะที่ร้อยละ 30.47 มองว่าโครงการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ สนค. ได้เสนอแนะให้ภาครัฐเพิ่มการประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี ควบคู่กับการตรวจกำกับดูแลราคา ปริมาณ และคุณภาพสินค้าอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ต่อยอดมาตรการเพื่อรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย x Local Low Cost" โดยร่วมมือกับร้านค้าส่งและค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดโปรโมชันลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นสูงสุดกว่าร้อยละ 60 ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง






