วันที่ 1 ต.ค.69 - นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประชาชนและผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข จะพบแบนเนอร์โครงการในแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เพื่อกดยืนยันเข้าร่วมโครงการ ประชาชนสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ประกอบการเดิมสามารถยืนยันผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 โดยรอบนี้ไม่เปิดรับสมัครร้านค้ารายใหม่ ผู้ที่ยังไม่มี G-Wallet สามารถติดตั้งและลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตังได้ด้วยตนเอง หรือขอรับบริการที่สาขาธนาคารกรุงไทย
ได้สิทธิเท่าไร ใช้อย่างไร
รัฐบาลร่วมจ่าย 60% ของมูลค่าสินค้าหรือบริการ สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมตลอดโครงการไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ส่วนประชาชนออกค่าใช้จ่ายอีก 40% โดยสิทธิดังกล่าวใช้ได้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 สำหรับซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่โครงการกำหนด ผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 06.00–23.00 น. การสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00–21.00 น. โดยชำระผ่านแอปฯ เป๋าตัง ผู้ใช้สิทธิสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าหรือเติมระหว่างโครงการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เงื่อนไขวงเงินสูงสุด 1,000 บาท ใช้ได้สูงสุดวันละ 200 บาท และต้องกดยืนยันสิทธิภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569

4 เดือนแรก เงินหมุนเวียนกว่า 1.7 แสนล้านบาท
กระทรวงการคลังระบุว่า โครงการระหว่างเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 มีผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 คน และมีร้านค้าที่ประชาชนใช้สิทธิได้ 1,101,930 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 106,832 ราย ยอดใช้จ่ายรวมตามรายงานอยู่ที่ 171,961.30 ล้านบาท
ผู้มีสิทธิเดิมและกลุ่มที่เข้าเกณฑ์รอบเพิ่มเติมต้องเข้าไปกดยืนยันสิทธิ ไม่ใช่การรับเงินสด และสิทธิจะใช้ได้เฉพาะร้านค้า สินค้า และบริการตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น เว็บไซต์โครงการอย่างเป็นทางการระบุว่า รอบเพิ่มเติมไม่เปิดรับสมัครร้านค้ารายใหม่




