“โปรดปราน” จ่อขึ้นผู้ว่าฯ กกท. คนใหม่ “บิ๊กก้อง” ชี้พร้อมทำงานต่อทันที ฝากภารกิจใหญ่จัดงบสมาคมกีฬา

วงการกีฬาไทยเตรียมเปลี่ยนแม่ทัพ หลังคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) มีมติเลือก นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่ ต่อจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ซึ่งกำลังจะหมดวาระในวันที่ 30 กันยายน 2569

มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมบอร์ด กกท. ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 2503 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล โดยขั้นตอนต่อจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงต้นเดือนกันยายน

ผศ.พิมล ศรีวิกรณ์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ แสดงความยินดีกับนางโปรดปราน พร้อมมองว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เนื่องจากทำงานใน กกท.มายาวนาน และเคยหมุนเวียนรับผิดชอบงานในหลายฝ่าย จึงมีความเข้าใจระบบและภารกิจขององค์กรเป็นอย่างดี

ผศ.พิมล ระบุด้วยว่า จากประสบการณ์ที่เคยร่วมงานกัน เห็นถึงฝีมือและความสามารถ แต่ยอมรับว่าภารกิจของ กกท.หลังจากนี้ยังมีความท้าทายอีกมาก โดยคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่

รูปภาพบทความ

หนึ่งในโจทย์สำคัญที่ต้องจับตาคือ การจัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬาต่าง ๆ หลังมีเกณฑ์แบ่งระดับสมาคมกีฬาและกำหนดวงเงินสนับสนุนแตกต่างกัน ซึ่ง ผศ.พิมล เปิดเผยว่า ได้หารือกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานด้านกีฬา และ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้รับคำยืนยันว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเกณฑ์ประมาณการ และสามารถยืดหยุ่นได้ตามเหตุผลและความจำเป็น

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. คนปัจจุบัน มองว่าการได้ผู้บริหารจากภายในองค์กรขึ้นมารับตำแหน่งถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะสามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ทันทีโดย “ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่”

ดร.ก้องศักด ระบุว่า นางโปรดปรานเป็นรองผู้ว่าการที่มีความอาวุโสและดำรงตำแหน่งมายาวนาน อีกทั้งผ่านงานสำคัญหลายด้าน ทั้งกีฬาอาชีพและกีฬามวย ยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนงานส่งเสริมกีฬา ทำให้มีประสบการณ์ทั้งด้านนโยบาย แผนงาน และธุรกิจกีฬา

รูปภาพบทความ

พร้อมฝากภารกิจสำคัญให้ผู้ว่าการคนใหม่สานต่อ ทั้ง การแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การประสานงานระหว่าง กกท.กับสำนักงานกองทุนฯ รวมถึงการผลักดันรูปแบบร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาสนามกีฬา

สำหรับประเด็นงบประมาณของสมาคมกีฬา ดร.ก้องศักด ย้ำว่า ตัวเลขที่ปรากฏในขณะนี้ ยังไม่ใช่วงเงินตายตัว โดย กกท.อยู่ระหว่างพัฒนาเกณฑ์ให้สมบูรณ์มากขึ้น นำทั้งผลการศึกษา ตัวชี้วัด และผลงานของแต่ละสมาคมมาประกอบการพิจารณา ตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ไปจนถึงศักยภาพในการสร้างผลงานในโอลิมปิกเกมส์ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสอดคล้องกับผลงานและเป้าหมายของกีฬาไทย

การเปลี่ยนผ่านผู้ว่าการ กกท.ครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงการส่งต่อเก้าอี้ผู้บริหาร แต่ยังมีโจทย์ใหญ่รออยู่ ทั้งการบริหารงบประมาณ การสนับสนุนสมาคมกีฬา การปรับกฎระเบียบ และการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของแม่ทัพกีฬาไทยคนใหม่ หากได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป