อายุ 52 ปี แต่หัวใจนักสู้ยังเต็มร้อย! “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย เตรียมรับภารกิจหนักที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ลงชิงชัยถึง 9 รายการในเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมประกาศเป้าหมายคว้า 3 เหรียญทองประเภทบุคคลให้ครบทั้ง 3 ดาบ

“แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย วัย 52 ปี เดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยขณะนี้เก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกับสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ที่ศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี

เอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของยอดนักดาบสาวไทย เพราะเธอเตรียมลงแข่งขันมากถึง 9 รายการ มากที่สุดเท่าที่เคยลงแข่งขันมา ประกอบด้วยประเภทบุคคล 3 รายการ ประเภททีม 3 รายการ และมิกซ์ทีม 3 รายการ ครบทั้งดาบเอเป้ ฟอยล์ และเซเบอร์ จากเดิมที่นักกีฬา 1 คนสามารถลงแข่งขันได้ไม่เกิน 6 รายการ

สายสุนีย์ยอมรับว่า เมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกายและอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่ต้องดูแลมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่เธอนำมาชดเชยคือ “วินัย” ทั้งการฝึกซ้อม การฟื้นฟู และการดูแลร่างกายอย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่าความสม่ำเสมอและประสบการณ์จะเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

สำหรับเป้าหมายในญี่ปุ่น เจ้าตัววางไว้สูงถึง 3 เหรียญทองประเภทบุคคล จากทั้ง 3 ดาบ แม้ “ตัน ซูเหมย” คู่ปรับสำคัญจากจีนจะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ แต่สายสุนีย์ยังมองว่าทีมจีนเป็นคู่แข่งสำคัญและไม่สามารถประมาทได้

ก่อนเดินทางไปล่าเหรียญเอเชียนพาราเกมส์ สายสุนีย์ยังมีเวทีสำคัญสำหรับทดสอบความพร้อมในบ้านเกิด กับการแข่งขัน วีลแชร์ฟันดาบ เวิลด์ คัพ 2026 (Para Fencing World Cup Pattaya, Thailand) ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-2 กันยายน 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 200 คนเข้าร่วม

ผลงานในเอเชียนพาราเกมส์ครั้งก่อนที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2023 สายสุนีย์คว้ามาได้ถึง 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

จากวันนั้นถึงวันนี้ อายุอาจเพิ่มขึ้น แต่เป้าหมายของเธอยังเหมือนเดิม — ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด พร้อมธงชาติไทย

เอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการล่าเหรียญของนักกีฬาวัย 52 ปี แต่ยังเป็นอีกบทพิสูจน์ว่า ประสบการณ์ วินัย และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ สามารถพานักกีฬาไปได้ไกลกว่าตัวเลขของอายุ