ปภ.-สทนช. เตือนเหนือ-อีสาน รับมือร่องมรสุม ฝนกระหน่ำซ้ำรอยน่าน พร้อมยกระดับการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เตรียมรับมือฝนถล่มระลอกใหม่ 42 จังหวัดทั่วไทย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง โดยนางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อสั่งการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการคาดการณ์สถานการณ์ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case Scenario) เริ่มจากการเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินที่มีค่าออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที รวมถึงการให้ความสำคัญอันดับหนึ่งกับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องได้รับการอพยพออกมาก่อนเกิดเหตุ โดยมีการประสานงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อชี้เป้าพิกัดบ้านเรือนอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังกำชับให้บูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและมูลนิธิในพื้นที่ เพื่อแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast และ SMS ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทันท่วงที
สถานการณ์น้ำในจังหวัดน่านขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่อำเภอเวียงสา (สถานี N31A) ซึ่งมวลน้ำจากอำเภอเมืองกำลังเคลื่อนตัวเข้าสมทบ ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งสูงเกือบ 3 เมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นชั่วโมงละ 5-10 เซนติเมตร ขณะที่พื้นที่อำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแต่ยังคงทิ้งความเสียหายไว้เป็นวงกว้าง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ซึ่งทาง ปภ. ได้เร่งส่งเรื่องไปยังกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเยียวยาผู้สูญเสียอย่างเร่งด่วน พร้อมส่งถุงยังชีพ 5,000 ชุด และทีมเจ็ตสกีลงพื้นที่กระจายความช่วยเหลือไปยังจุดที่เข้าถึงยาก ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 19-22 สค.นี้ และฝนตกอีกครั้งในปลายเดือนส.ค.จึงต้องรับมืออย่างต่อเนื่อง
ทางด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สทนช. ได้สั่งการให้ยกระดับระบบพยากรณ์อากาศโดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าได้ 5-10 วัน โดยยอมรับว่ากรณีอำเภอปัวมีข้อจำกัดด้านแบบจำลองที่คาดการณ์ปริมาณฝนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องมือวัดน้ำฝนที่แม่นยำขึ้น ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าฝนจะมีอีกรอบวันที่ 27-30 สิงหาคมนี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูระบบไฟฟ้าและเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย โดยในปัจจุบันสามารถจ่ายไฟฟ้าคืนให้ประชาชนได้แล้วกว่า 30,000 ครัวเรือน และคาดว่าจะครบถ้วนในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งเร่งสำรวจผังน้ำทั่วประเทศเพื่อจัดทำแก้มลิงรับมือน้ำท่วมในระยะยาวอย่างยั่งยืน











