พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า จากการหารือร่วมกับนานาประเทศ ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศ และต้องได้รับการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่เดิม ทั้งในระดับรัฐบาล ท้องถิ่น และระดับกองกำลัง เพื่อเดินหน้าเจรจาแนวเขตแดนและการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รุกล้ำแนวชายแดน ฝ่ายไทยได้ทำหนังสือประท้วงผ่านกลไกท้องถิ่นและระดับกองกำลังแล้ว พร้อมเตรียมมาตรการเชิงป้องกันและระบบต่อต้านโดรนไว้อย่างรัดกุม โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อความมั่นคง ทั้งนี้ ความคืบหน้าการคลี่คลายความตึงเครียดตามแนวชายแดนเริ่มมีสัญญาณบวก เช่น ในพื้นที่ของกองกำลังบูรพาและกองกำลังสุรนารี ที่สามารถกลับมาประสานงานระดับพื้นที่ได้ ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับความจริงใจและการปฏิบัติตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย โดยนานาชาติยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงและสนับสนุนให้ใช้การเจรจาทวิภาคีเป็นหลัก
ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐอเมริกา หลังการเยือนของรัฐมนตรีช่วยสงครามสหรัฐฯ โฆษกกระทรวงกลาโหมชี้แจงว่า เป็นการยืนยันความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการฝึก อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การศึกษา ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ไซเบอร์ และอวกาศ โดยปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทยแต่อย่างใด ส่วนการจัดทำวิสัยทัศน์ร่วมยังอยู่ระหว่างการยกร่าง ซึ่งหากแล้วเสร็จจึงจะมีกำหนดการเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกผูกโยงกับการเจรจาด้านการค้าหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี และไม่มีการนำเรื่องความมั่นคงมาใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่กรณีการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับกัมพูชา จากข้อมูลพบว่าเป็นเพียงภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัย ไม่ได้เน้นการใช้อาวุธ ซึ่งกองทัพไทยยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด





