สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร่วมวงเสวนาว่าด้วยปัญหาของสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญและข้อพิพาทเกี่ยวกับคดี สว.

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า รากเหง้าของปัญหาประเทศไทยทั้งมิติภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทุนสีเทา ขบวนการสแกมเมอร์ หรือการสวมสิทธิ์บัตรประชาชน เกิดจากความอ่อนแอของโครงสร้างภายในประเทศและอำนาจรัฐที่ไม่เคยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ซึ่งปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่การขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และการที่รัฐธรรมนูญยังไม่เปิดช่องให้สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ส่งผลให้ฝ่ายบริหารที่ก้าวเข้าสู่อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง มุ่งใช้อำนาจเพื่อรักษาตำแหน่งมากกว่าการปฏิรูปประเทศ

นอกจากนี้ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ โดยยกตัวอย่างกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งแม้ฝ่ายค้านจะพยายามยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ แต่กลับถูกปิดกั้น ขณะเดียวกัน กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ สังคมก็ยังคงตั้งข้อสงสัยในความเที่ยงธรรม เนื่องจากตุลาการฯ และกรรมการองค์กรอิสระมีที่มาจากวุฒิสภา (สว.) ซึ่งกำลังมีข้อครหาเรื่องการฮั้วและไม่มีความยึดโยงกับประชาชน

นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า ตนไม่เชื่อว่าการสร้างประเทศที่ดีจะพึ่งพาเพียงแค่ “คนดี” เพราะตราบใดที่กติการัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้เกิดการทุจริตโดยไร้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ ต่อให้มีการสลับเปลี่ยนตัวบุคคล เปลี่ยนหน้า หรือเปลี่ยนพรรคการเมือง ปัญหาเดิมก็ยังคงวนเวียนอยู่เช่นเดิม ดังนั้น ทางออกเดียวของประเทศคือการปฏิรูประบบการเมืองให้มีกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจได้อย่างแท้จริง

รูปภาพบทความ