กกต. ปัดอุ้ม สว. ยันมติโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน "สิทธิโชติ" เผยใช้หลักการ "ดูช้างทั้งตัว" แยกแยะพยานหลักฐานอาญา-ทุจริต พร้อมเว้นระยะ 1 สัปดาห์ให้กรรมการตกผลึกความคิดก่อนชี้ชะตา สว. ชุดใหม่

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการ "ฮั้วเลือก สว." ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยยืนยันว่าทาง กกต. ไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากกระบวนการพิจารณาของ กกต. ยึดถือตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนเป็นหลัก โดยเฉพาะสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นสำนวนหลักในการดำเนินคดี ส่วนคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดอื่น ๆ เป็นเพียงผู้ให้ความเห็นประกอบ ดังนั้นหากพยานหลักฐานในสำนวนหลักมีความชัดเจน กกต. ก็พร้อมพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงนั้น โดยนำความเห็นที่อาจแตกต่างกันมาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน

สำหรับกระแสวิจารณ์ว่า กกต. อาจมีมติเข้าข้าง สว. ชุดปัจจุบันเนื่องจากที่มาของตำแหน่ง นายสิทธิโชติย้ำชัดว่ามติของ กกต. ทุกคนต้องมีเหตุผลประกอบเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งศาลฎีกาหรือการยกคำร้อง ซึ่งเหตุผลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดคล้ายกับคำพิพากษาของศาลเพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบน้ำหนักและความสมเหตุสมผลได้ กรรมการแต่ละท่านต้องรับผิดชอบต่อดุลยพินิจของตนเอง จึงขอให้สังคมอย่าเพิ่งวิตกกังวลล่วงหน้าเกี่ยวกับการลงมติ

ในส่วนของกระบวนการทำงาน กกต. ได้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการพิจารณาข้อร้องเรียนอย่างละเอียด โดยแบ่งเป็น 7 ข้อหาหลัก ซึ่งขณะนี้ดำเนินการมาถึงข้อหาชุดสุดท้ายแล้ว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกัน บางคนโดนเพียงข้อหาเดียว แต่บางคนอาจเกี่ยวพันในหลายกรณี กกต. จึงต้องแยกแยะรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนจะสรุปภาพรวมทั้งหมด โดยเปรียบเทียบเหมือนกับการ "มองช้างทั้งตัว" ที่ต้องพิจารณาทุกส่วนประกอบ ทั้งขา งวง และลำตัว เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ

ทั้งนี้ ภายหลังจากการพิจารณาครบทุกข้อหา กกต. จะเว้นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้กรรมการแต่ละท่านได้นำข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดไปตกผลึกทางความคิดและวิเคราะห์ข้อโต้แย้งอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะกลับมาประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยเป็นรายบุคคล ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาจะมี 2 ระดับ คือโทษทางอาญา และระดับที่เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งเพียงแค่เข้าข่ายประการหลัง กกต. ก็มีอำนาจในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไปได้ทันที