วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีโครงการ **“ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”** หลังเปิดโครงการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า ยังมีประชาชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ วิธีการเข้าร่วมโครงการ และความหมายของคำว่า “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”
รัฐบาลย้ำว่า โครงการนี้ **ไม่ใช่การแจกเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนเป็นรายบุคคล** แต่เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร ภายใต้วงเงินรวม **4,452 ล้านบาท** โดยวางกรอบครอบคลุมกองทุนทั่วประเทศ **79,610 แห่ง** และฐานสมาชิกกว่า **12 ล้านคน**
### “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” หมายถึงอะไร?
นางสาวลลิดา ระบุว่า กลไกของโครงการกำหนดให้ **กองทุนเป็นผู้ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่สมาชิกแต่ละราย**
เมื่อกองทุนสมัครและผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์แล้ว กองทุนจะต้องจัดทำหรือปรับปรุงสัญญา เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ให้แก่สมาชิก **อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บตามสัญญา**
จากนั้นรัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุน โดยพิจารณาจากยอดดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้สมาชิกในรอบสัญญาของปีบัญชีปัจจุบัน
ดังนั้น คำว่า **“ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะโอนเงินครึ่งหนึ่งของดอกเบี้ยเข้าบัญชีสมาชิก** และไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อรับเงินโดยตรง
### 30,000–150,000 บาท เป็นเงินของใคร?
รัฐบาลกำหนดวงเงินเพิ่มทุนให้กองทุนตามขั้นบันได โดยพิจารณาจากยอดดอกเบี้ยรวมที่กองทุนลดให้สมาชิก ดังนี้
* ดอกเบี้ยรวมไม่เกิน 30,000 บาท ได้รับเงินเพิ่มทุน **30,000 บาท**
* มากกว่า 30,000–50,000 บาท ได้รับ **50,000 บาท**
* มากกว่า 50,000–70,000 บาท ได้รับ **70,000 บาท**
* มากกว่า 70,000–90,000 บาท ได้รับ **90,000 บาท**
* มากกว่า 90,000–120,000 บาท ได้รับ **120,000 บาท**
* มากกว่า 120,000 บาท ได้รับ **150,000 บาท**
**ตัวเลข 30,000–150,000 บาท จึงเป็นวงเงินเพิ่มทุนที่รัฐบาลจัดสรรให้กองทุน ไม่ใช่เงินที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับ**
### กองทุนต้องมีคุณสมบัติอะไร?
กองทุนที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ได้แก่
* จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
* มีคณะกรรมการบริหารตามระเบียบ
* ส่งรายงานงบการเงินต่อสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
* สมาชิกมีมติเห็นชอบเข้าร่วมโครงการ
กองทุนสามารถยื่นคำขอผ่านศูนย์ประสานงานกองทุนฯ จังหวัด หรือ สทบ. สาขาเขต จากนั้น สทบ. จะตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของโครงการ
### ไม่ใช่ทุกกองทุน-สมาชิกจะได้ลดดอกเบี้ยอัตโนมัติ
รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า แม้โครงการจะวางกรอบครอบคลุมกองทุน 79,610 แห่ง และมีฐานสมาชิกกว่า 12 ล้านคน แต่ **ไม่ได้หมายความว่าทุกกองทุนหรือสมาชิกทุกคนจะได้รับการลดดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ**
กองทุนต้องสมัคร ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงสัญญาตามหลักเกณฑ์ก่อน สมาชิกจึงควรสอบถามคณะกรรมการกองทุนของตนเองว่าเข้าร่วมโครงการแล้วหรือไม่ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด
รัฐบาลระบุว่า เป้าหมายของโครงการคือการลดภาระต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ เพื่อนำเงินไปสร้างอาชีพและรายได้ **ไม่ใช่การนำงบประมาณไปชำระหนี้นอกระบบเดิมให้เป็นรายบุคคล**
ทั้งนี้ รัฐบาลเตือนประชาชนให้ระมัดระวังข้อความหรือ ลิงก์ที่อ้างว่าสามารถลงทะเบียนรับเงิน **30,000–150,000 บาท** จากโครงการนี้ได้โดยตรง เนื่องจากเงินดังกล่าวเป็นเงินเพิ่มทุนสำหรับกองทุนที่เข้าร่วมโครงการ
ผู้ที่ต้องการตรวจสอบข้อมูล สามารถสอบถามกองทุนในพื้นที่ หรือสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขต โทร. **02-100-4209 ต่อ 1702–1712**





