นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงกรณีการยุบธนาคารที่ดิน โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสิทธิที่ดินทำกินของประชาชนทั้งรายเดิมและรายใหม่ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้ายกระดับโฉนดชุมชนให้ได้รับการรับรองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

นายปกรณ์ ระบุว่า ธนาคารที่ดินซึ่งเป็นองค์การมหาชน จะครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามกฎหมายในเดือนกันยายนนี้ หลังผ่านการขยายเวลามาแล้ว 9 ปี อย่างไรก็ตาม การยุบองค์กรไม่ได้หมายความว่าภารกิจหรือสิทธิของประชาชนจะระงับไป โดยกระบวนการหลังจากนี้จะเข้าสู่การชำระบัญชี ขณะที่ภารกิจหลัก สัญญา โครงการเดิม และเจ้าหน้าที่บางส่วนจะถูกโอนย้ายไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อสานต่อการดำเนินงานทั้งหมด

นอกจากนี้ ที่ประชุม คทช. เตรียมพิจารณายกระดับโฉนดชุมชนให้เป็นรูปแบบการจัดที่ดินทำกินตามมาตรา 10 (4) แห่ง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงในสิทธิทำกินให้แก่ประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดกระบวนการรับรองดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

นายปกรณ์ ยอมรับว่า ปัญหาโครงการค้างสะสมของธนาคารที่ดินมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารที่ดินได้ชะลอและงดเริ่มโครงการใหม่ตามผลการประเมินที่ไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ยืนยันว่าทุกโครงการและสัญญาที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว คทช. จะรับช่วงดูแลต่อทั้งหมดโดยไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด