ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการ ยกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาขึ้นเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีทั่วประเทศ สืบเนื่องจากเหตุความรุนแรงในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อวางระบบป้องกันและรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบให้แก่ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

มาตรการดังกล่าวอ้างอิงตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่กำหนดให้ทุกโรงเรียนจัดตั้งเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone) และจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยประจำสถานศึกษา" ควบคู่ไปกับการจัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับตำรวจและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเน้นย้ำมาตรการตรวจค้นคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และวัตถุอันตรายอย่างเข้มงวดก่อนเข้าพื้นที่โรงเรียน

สำหรับด้านการดูแลจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการ ได้บูรณาการร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT กรมสุขภาพจิต จัดตั้งห้องพักใจ (Safe Room) เพื่อประเมินและฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมความพร้อมให้แก่ครูและผู้ปกครองก่อนเปิดเรียนตามปกติ ขณะเดียวกันได้วางแผนติดตามคัดกรองภาวะความผิดปกติทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ในระยะ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน อย่างต่อเนื่อง

ในระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัย โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ "ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษา" ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law.go.th) ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน 2569 เพื่อสร้างกลไกความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป