ความพร้อมของ “ทัพไทย” ก่อนบุกญี่ปุ่นล่าเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ เมื่อผลทดสอบล่าสุดพบว่า นักกีฬาทีมชาติไทยส่วนใหญ่มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น จากระดับปานกลางขยับเข้าสู่เกณฑ์ “ดีและดีมาก” ขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเดินหน้าดูแลทั้งวิทยาศาสตร์การกีฬา การฟื้นฟูร่างกาย และโภชนาการแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้นักกีฬาอยู่ในสภาพพร้อมที่สุดก่อนลงสนาม
ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยอยู่ระหว่างเตรียมเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยช่วงประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน กกท. ยกระดับการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะสมรรถภาพร่างกายและโภชนาการ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาได้ทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาแล้ว 3 ครั้ง ผลพบว่าความฟิตของนักกีฬาส่วนใหญ่พัฒนาขึ้นตามแผน จากระดับปานกลางเข้าสู่เกณฑ์ดีและดีมาก พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้วางแผนฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพของนักกีฬาอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งเรื่องที่ กกท. ให้ความสำคัญคือ “อาหาร” เพราะนักกีฬาแต่ละคนมีชนิดกีฬา รูปแบบการฝึก และความต้องการพลังงานแตกต่างกัน จึงร่วมกับ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดศูนย์โภชนาการสำหรับนักกีฬาทีมชาติไทยเต็มรูปแบบ ที่ กกท. หัวหมาก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 รองรับนักกีฬาได้สูงสุดวันละ 300 คน
จุดเด่นคือไม่ได้จัดอาหารแบบบุฟเฟต์ให้นักกีฬาเลือกรับประทานเหมือนกันทั้งหมด แต่เจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการจะพิจารณาโปรแกรมฝึกของนักกีฬาแต่ละคน ก่อนคำนวณและจัดมื้ออาหารให้เหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ มื้อสำหรับวันฝึกซ้อมหนัก มื้อสำหรับวันฝึกซ้อมปานกลาง และมื้อสำหรับวันพักผ่อน เพื่อให้พลังงานและสารอาหารสอดคล้องกับภาระของร่างกาย

นอกจากนี้ กกท. ยังแจ้งทุกสมาคมกีฬาให้เพิ่มความระมัดระวังเรื่องอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่นักกีฬาใช้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสารต้องห้าม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน
การดูแลดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งนักกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 และนักกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 โดย กกท. และอายิโนะโมะโต๊ะเตรียมต่อยอดการดูแลด้านโภชนาการไปถึงประเทศญี่ปุ่น ผ่านศูนย์ “ไทยเฮาส์” ระหว่างการแข่งขันทั้งสองมหกรรม
นับถอยหลังสู่ศึกใหญ่เอเชีย ครั้งนี้ “ทัพไทย” จึงไม่ได้เตรียมเพียงทักษะในสนาม แต่กำลังละเอียดถึงระดับสมรรถภาพ การฟื้นฟู และอาหารในแต่ละมื้อ เป้าหมายเดียวคือทำให้นักกีฬาไทยพร้อมที่สุดในวันที่ต้องลงสนามจริง





