“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี ยอมรับศึกจักรยานเสือภูเขาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เป็นงานหนัก หลังคู่แข่งจากหลายชาติแข็งแกร่ง ขณะที่สนามแข่งขันต้องใช้ทั้งเทคนิคและพละกำลังสูง ชื่นชม “พูนศิริ ศิริมงคล” มีพัฒนาการดีขึ้นชัดเจน ส่วน “พงศ์พีระ พงษ์อายุกูล” ดาวรุ่งวัย 19 ปี ยังต้องสะสมประสบการณ์ พร้อมนำข้อบกพร่องกลับไปแก้ไข ก่อนฝากความหวังต่อที่ทัพบีเอ็มเอ็กซ์ไทย ซึ่งมีคิวชิงชัย 2 เหรียญทอง วันที่ 28 กันยายนนี้
การแข่งขันจักรยานในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่โอเอตะ ริวกูชิ พาร์ค เป็นการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา ครอสคันทรีชาย มีนักปั่น 14 คน จาก 8 ชาติ ชิงชัยทั้งหมด 8 รอบ ระยะทางรวม 37.3 กิโลเมตร
ทีมชาติไทยส่ง 2 นักปั่นลงสนาม ได้แก่ “โตมร” ส.ท.พูนศิริ ศิริมงคล และ “คุณ” พงศ์พีระ พงษ์อายุกูล
ผลการแข่งขัน พูนศิริเข้าเส้นชัยอันดับ 10 ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 34 นาที 15 วินาที ขณะที่พงศ์พีระจบอันดับ 11 แต่ถูกตัดเวลาพร้อมนักปั่นอีก 3 คนจากฮ่องกง คาซัคสถาน และเนปาล

ส่วนเหรียญทองตกเป็นของนักปั่นจีน ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที 15 วินาที เฉือนนักปั่นเจ้าภาพญี่ปุ่นที่คว้าเหรียญเงินเพียง 3 วินาที ขณะที่เหรียญทองแดงเป็นของอินโดนีเซีย เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที 41 วินาที
พลเอกเดชา ระบุว่า พูนศิริมีพัฒนาการดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา แต่การแข่งขันระดับเอเชียนเกมส์มีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจีน ขณะที่ลักษณะสนามต้องอาศัยทั้งทักษะ เทคนิค และความแข็งแกร่งทางร่างกายอย่างมาก
ด้านพงศ์พีระ ซึ่งมีอายุเพียง 19 ปี และเพิ่งขยับขึ้นมาจากระดับเยาวชน ถือว่าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ยังต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการแข่งขันระดับสูงเพิ่มเติม หลังจบเอเชียนเกมส์ สมาคมฯ จะนำข้อบกพร่องทั้งด้านเทคนิคและพละกำลังกลับไปปรับปรุงเพื่อพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจของจักรยานไทยยังไม่จบ เพราะวันที่ 28 กันยายนนี้ ถึงคิว “บีเอ็มเอ็กซ์” ซึ่งมีถึง 2 เหรียญทองให้ช่วงชิง
ทีมไทยส่ง 4 นักปั่น ได้แก่ “เอ้” ส.ท.โกเมธ สุขประเสริฐ, “โอม” พุทธภูมิ นาคแป้น, “ฟ้า” ส.ท.หญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร และ “ขวัญ” หทัยเพชร ใจสว่าง ลงแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งชายและหญิง โดยทีมผู้ฝึกสอนรายงานว่านักกีฬาทั้งหมดมีสภาพร่างกายสมบูรณ์
รอบแรกเริ่มเวลา 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ เริ่มเวลา 10.00 น.

พลเอกเดชา ระบุว่า คู่แข่งสำคัญมีทั้งเจ้าภาพญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ พร้อมกำชับนักกีฬาไทยไม่ให้กดดันตัวเอง และลงแข่งขันให้เหมือนกับการฝึกซ้อม พร้อมฝากแฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักปั่นไทย
ขณะเดียวกัน ภารกิจล่าคะแนนสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ยังคงเดินหน้าต่อ โดย “มะตูม” พ.อ.อ.พีระพล ชาวเชียงขวาง และ “เฟรม” ส.อ.ธนาคาร ไชยยาสมบัติ เดินทางไปสมทบกับนักปั่นดาวรุ่งไทย เพื่อลุยศึกจักรยานทางไกลนานาชาติ “เลอ ทัวร์ เดอ ลังกาวี 2026” ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 27 กันยายน-4 ตุลาคม ในนาม “ไทยแลนด์ ไซคลิง คอนติเนนตัล ทีม”
รายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันระดับโปรซีรีส์ที่มีคะแนนสะสมสูง จึงเป็นอีกเวทีสำคัญของนักปั่นไทยในการเก็บคะแนน เพื่อเพิ่มโอกาสบนเส้นทางคัดเลือกไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028




