ราคาทองคำในตลาดโลกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสามารถยืนเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้มีชนวนเหตุหลักมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ปัจจัยจากการชะลอตัวของตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ จนกดดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง จึงกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าหนุนให้ราคาทองคำในตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดการเงินและนักลงทุนต่างพากันปรับลดการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) โดยเชื่อว่าอัตราการจ้างงานที่ลดลงเกินคาดจะกลายเป็นปัจจัยบังคับให้เฟดต้องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายในระยะถัดไป
บรรยากาศการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จึงกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดยทองคำยังคงได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องตราบใดที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ยังคงอยู่ในภาวะผันผวนเช่นนี้





