วันที่ 10 ส.ค.69 - ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานปรับการทำงานเข้าสู่รูปแบบเชิงรุก หลังการประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ภาคเหนือกำลังเผชิญความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขณะเดียวกันบางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งการรับมืออุทกภัยและภัยแล้งควบคู่กัน

รัฐบาลสั่งให้จังหวัดที่มีความเสี่ยงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อย พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล รถสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง หากจังหวัดใดมีบุคลากรหรืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ ให้ประสานกำลังจาก หน่วยทหารและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เข้าเสริมทันที เพื่อไม่ให้การช่วยเหลือประชาชนสะดุด
อีกมาตรการสำคัญคือการให้อำนาจจังหวัดบริหารสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น หากประเมินแล้วพบว่าพื้นที่มีความเสี่ยงสูง สามารถพิจารณาใช้ เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ได้ทันที เพื่อป้องกันและลดความเสียหายล่วงหน้า รัฐบาลกำชับว่า ขั้นตอนหรือระเบียบราชการต้องไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกรณีจำเป็นต้องอพยพ ต้องให้ความสำคัญกับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง เป็นลำดับแรก

สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยแล้ง รัฐบาลสั่งเร่งประเมินปริมาณน้ำต้นทุน จัดเตรียมน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ พร้อมประสานเกษตรกรปรับแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ เพื่อลดความเสียหายต่อภาคการเกษตร ส่วนพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมแล้ว เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ-เยียวยาโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด
รัฐบาลย้ำว่า การบริหารจัดการครั้งนี้ต้องเน้น “เตรียมก่อนเกิดเหตุ เข้าช่วยทันทีเมื่อเกิดภัย และฟื้นฟูให้เร็วหลังสถานการณ์คลี่คลาย” โดยให้อำนาจหน่วยงานในพื้นที่ตัดสินใจได้มากขึ้นภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนทันต่อสถานการณ์




