‘ชาวอยุธยา’ เดือดร้อนหนัก! ‘ทวิวงศ์-กมธ.น้ำ’ บุกสภาบี้รัฐบาลเร่งระบายน้ำเข้า ‘ทุ่งรับน้ำ’ หลังเขื่อนเจ้าพระยาอัดน้ำท่วมบ้านเกือบเมตร ฉะกรมชลประทานแจ้งเตือนไม่ตรงจริง ทำน้ำทะลักล้นตลิ่งกลางดึกตั้งตัวไม่ทัน จี้ตั้งศูนย์พักพิงมาตรฐาน-เปิดทุ่งเจ้าเจ็ดกระจายมวลน้ำด่วน ป้องกันปทุมฯ-นนทบุรี จม
อาคารรัฐสภา – นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน ร่วมกับ นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ รองประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำ สภาผู้แทนราษฎร นำตัวแทนประชาชนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เปิดโต๊ะแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลางโดยด่วน
นายทวิวงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา มีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ภายในเวลาเพียง 2 วัน ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ช่วงคืนวันที่ 21 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 22 กันยายน ระดับน้ำในพื้นที่ อ.บางบาล และ อ.เสนา เพิ่มสูงขึ้นทันทีเกือบ 1 เมตร ประชาชนไม่สามารถขนย้ายสิ่งของหรือเตรียมตัวได้ทัน ซ้ำร้ายกรมชลประทานแจ้งเตือนช่วงเย็นว่าจะระบายน้ำเพิ่มเป็น 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่ามีการปล่อยน้ำระดับ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันก่อนหน้าแล้ว
จากสถานการณ์ดังกล่าว นายทวิวงศ์ ได้ยื่นข้อเสนอและมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล 2 ข้อสำคัญ คือ
-
เร่งผันน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำ: เนื่องจากช่องทางคลองชลประทานเหนือเขื่อนรับน้ำได้เพียง 450–500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งไม่เพียงพอ โดยให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทัน และต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่พื้นที่เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นไป ทั้ง ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง นอกจากนี้ในระยะเฉพาะหน้า ให้เร่งระบายน้ำจากแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวงเข้าสู่ "ทุ่งเจ้าเจ็ด" เพื่อกระจายลงคลองพระยาบรรลือ ช่วยตัดยอดมวลน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่ จ.ปทุมธานี และ นนทบุรี มากเกินไป
-
เร่งจัดตั้งศูนย์พักพิงได้มาตรฐาน: มีความปลอดภัย สุขอนามัยดี มีห้องสุขาเพียงพอ และมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเก็บเครื่องมือประกอบอาชีพของชาวบ้าน โดยขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการทันที
ด้าน นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ รองประธาน กมธ.การบริหารจัดการน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกร้องเพิ่มเติมให้รัฐบาลเปิดเผยแผนการไต่ระดับการระบายน้ำให้ชัดเจน พร้อมแจ้งแผนดูแลประชาชนพื้นที่ปลายน้ำ และกำหนดพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกสะสม ย้ำว่าการแจ้งเตือนภัยต้องระบุรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรม เช่น มวลน้ำจะเดินทางถึงพื้นที่ใด วันเวลาใด และระดับน้ำจะสูงขึ้นกี่เซนติเมตร เพื่อให้ประชาชนประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง พร้อมเสนอให้จัดตั้ง "ศูนย์บัญชาการสถานการณ์และแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ" เพื่อบูรณาการข้อมูลน้ำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและลดความสับสนของประชาชน







