พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามยาเสพติด สืบสวน นครบาล 7 และ สน.โคกคราม สนธิกำลังขยายผลแกะรอยเส้นทางการเงินจากคดียาเสพติด (ยาไอซ์ซุกกล่องพัสดุส่งไปประเทศญี่ปุ่น) และคดีสแกมเมอร์หลอกลวงออนไลน์ จนนำไปสู่การบุกจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 4 ราย ที่ร่วมขบวนการแปรสภาพเงินสดจากการหลอกลวงประชาชนเป็นทองคำแท่งและโทรศัพท์มือถือ เพื่อส่งออกนอกประเทศ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงแรมย่านนวมินทร์ หลังสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มขบวนการใช้เป็นสถานที่พักอาศัยและแบ่งหน้าที่กันทำงาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้ในที่เกิดเหตุ 3 ราย พร้อมยึดของกลางทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ รวมน้ำหนักกว่า 40 บาท และโทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นใหม่อีกหลายเครื่อง

จากการสอบสวน น.ส.เฮียน หนึ่งในผู้ต้องหา รับสารภาพว่า รับจ้างจากหญิงชาวเวียดนามชื่อ “HOA” ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ได้รับค่าจ้างวันละ 15 ดอลลาร์สหรัฐ ให้เดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 เพื่อนำหลักฐานการโอนเงินที่ผู้ว่าจ้างชำระไว้ล่วงหน้าไปรับทองคำแท่งรวม 17 บาท และโทรศัพท์มือถือจากร้านค้า ก่อนนำไปส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการในกรุงเทพมหานคร โดยคดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากผู้เสียหายถูกแอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง ข่มขู่ว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจนหลงเชื่อโอนเงิน 200,000 บาท เข้าบัญชีม้า ก่อนเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี จนตำรวจสืบสวนขยายผลพบเครือข่ายดังกล่าว

นอกจากนี้ ขณะควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สน.โคกคราม ได้มี น.ส.เล ทิ (LE THI) สัญชาติเวียดนาม หอบเงินสดจำนวน 150,000 บาท เดินทางมายังโรงพัก และมอบเงินให้เจ้าหน้าที่ภายในห้องไกล่เกลี่ยเพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนแสดงตัวเข้าจับกุมทันทีในข้อหา "ให้สินบนเจ้าพนักงาน" พร้อมยึดเงินสดของกลางดำเนินคดีเพิ่มอีกหนึ่งคดี

พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า ขบวนการนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยแปรสภาพเงินสดเป็นทรัพย์สินที่ติดตามยากเพื่อตัดเส้นทางการเงิน ก่อนลำเลียงส่งต่อไปยังผู้รับผลประโยชน์ในประเทศเวียดนาม ซึ่งตำรวจจะเร่งกวาดล้างขยายผลเครือข่ายข้ามชาตินี้ต่อไป

Article ImageArticle Image