วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงตั้งแต่ต้นทาง ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน” หรือ DOPA N.I.C.E. Center ขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูล สืบสวน และประสานการปฏิบัติงานด้านการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติทั่วประเทศ
การยกระดับงานทะเบียนราษฎรในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นต้นทางของอาชญากรรมหลายรูปแบบ เนื่องจากความผิดปกติทางทะเบียนไม่ได้กระทบแค่การออกเอกสารประจำตัวเท่านั้น แต่มักถูกนำไปใช้เป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการผิดกฎหมาย ทั้งการสวมสิทธิสัญชาติไทย การสวมสิทธิบุคคลไร้สัญชาติ การเปิดบัญชีม้า การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ ตลอดจนการถือครองทรัพย์สินและทำธุรกิจนอมินี ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
สำหรับกลไกการทำงานของศูนย์ DOPA N.I.C.E. Center จะเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและภาคีเครือข่าย พร้อมนำเทคโนโลยีและวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA มาใช้ประกอบการตรวจสอบในกรณีจำเป็น เพื่อสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้ระบบทะเบียนราษฎร โดยการดำเนินงานทั้งหมดยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นหลักโดยไม่ยึดติดกับตัวบุคคล เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความเท่าเทียมและโปร่งใส
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเบาะแสหรือความผิดปกติเกี่ยวกับการสวมสิทธิทางทะเบียน สามารถแจ้งข้อมูลได้ทาง สายด่วน 1548 (ศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตร), สายด่วน 1567 (ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย) รวมถึงช่องทางออนไลน์ของกรมการปกครอง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน ซึ่งทางกรมการปกครองจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งไว้เป็นความลับสูงสุดเพื่อความปลอดภัย






