ทำเนียบรัฐบาล – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) มีแนวคิดปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน หลังมีความเห็นต่างในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า พรรคเคารพกระบวนการและการตัดสินใจของประธานวิปฝ่ายค้าน

นายอรรถกร ระบุว่า ที่ผ่านมาสมาชิกพรรคกล้าธรรมทำงานร่วมกับฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา โดยจุดยืนของพรรคคือการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาอย่างเป็นตัวของตัวเอง การลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 พิจารณาจากผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก เพราะหากงบประมาณล่าช้าย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมยอมรับว่าหลังการลงมติ ประธานวิปฝ่ายค้านได้เข้ามาพูดคุยแสดงความไม่สบายใจ ซึ่งพรรคกล้าธรรมก็พร้อมสละสิทธิการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาทำงานร่วมกัน และย้ำว่าไม่ว่า สส. ของพรรคจะอยู่ฝ่ายใด ก็พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยและยังไม่มีสัญญาณใดๆ เกิดขึ้นที่จะเข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทย  ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังคงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ใน 5 กระทรวงที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการพัฒนาทุนมนุษย์และดูแลพี่น้องเกษตรกร 

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีหากมีพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มขึ้น นายยศชนัน ชี้แจงว่า การจัดคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องเสถียรภาพเสียงของรัฐบาลในปัจจุบันก็ยังคงอยู่ได้ ส่วนประเด็นร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA นายยศชนัน มองว่า เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนต่อไป