รัฐบาลแนะลูกหนี้ กยศ. ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ ลดเสี่ยงถูกฟ้อง
กยศ. เปิดระบบทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ยืนยันตัวตนผ่าน ThaID หรือเป๋าตัง พร้อมตรวจสอบยอดหนี้ได้ด้วยตนเอง เตือนผู้กู้ กยศ. อย่าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล ห้ามเปิดเผยรหัสผ่าน–OTP หลังพบความเสี่ยงมิจฉาชีพแอบอ้างติดตามหนี้
วันที่ 26 ก.ค.69 - ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ยังคงดูแลผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ โดยกยศ. เปิดให้ผู้กู้ที่ยังมีภาระหนี้ค้างชำระ สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระ วางแผนการเงินให้เหมาะกับรายได้ และลดความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ผู้กู้สามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือ เป๋าตัง จากนั้นปรับปรุงข้อมูลส่วนตัว ตรวจสอบยอดหนี้ และดูจำนวนเงินผ่อนชำระในแต่ละงวด เมื่อดำเนินการแล้วสามารถติดตามสถานะผ่านระบบทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Contract
รัฐบาลระบุว่า การชำระหนี้คืนกองทุนมีความสำคัญต่อการหมุนเวียนเงินไปสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไป จึงขอให้ผู้กู้ที่มีปัญหาติดต่อ กยศ. เพื่อหาแนวทางแก้ไข ไม่ควรปล่อยให้หนี้ค้างสะสมจนเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี
รองโฆษกรัฐบาลเตือนว่า หากมีบุคคลติดต่อมาเรียกเก็บหนี้ ผู้กู้ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจาก กยศ. จริงหรือไม่ และ ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้บุคคลอื่น เนื่องจาก กยศ. และผู้ได้รับมอบอำนาจไม่มีนโยบายขอข้อมูลดังกล่าวผ่านทางโทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์
ช่องทางชำระหนี้ที่ถูกต้อง ได้แก่ Mobile Banking ของทุกธนาคาร เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนและแจ้งจำนวนเงินที่ต้องการชำระ กรณีไม่มั่นใจเกี่ยวกับยอดหนี้ ผู้ติดต่อ หรือช่องทางชำระเงิน ควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หรือ LINE Official Account ของ กยศ. ก่อนดำเนินการทุกครั้ง เพื่อป้องกันการถูกหลอกและความเสียหายทางการเงิน






