นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เปิดปฏิบัติการ "ทวงคืนที่ดินที่มีนอมินีนายทุนต่างชาติถือครองที่ดิน" โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8  พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมแถลงข่าว ณ บ้านเกาะปอ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
.
นายพลพีร์ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการปราบปรามปัญหาทุนสีเทา กลุ่มนอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด 
.
"จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบพฤติการณ์อันมิชอบด้วยกฎหมายของนายทุนชาวต่างชาติสัญชาติบริติช นามว่า นาย Alain ซึ่งได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทจำกัดจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ภูเก็ตลันตาเฮ้าส์ จำกัด บริษัท สกายโกลบอลเน็ท จำกัด และบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด โดยในเบื้องต้นได้ใช้วิธีการถือหุ้นในสัดส่วนที่ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ร้อยละ 39 ร้อยละ 30 และร้อยละ 49 ตามลำดับ จากนั้นได้วางโครงสร้างอำพรางโดยให้ทั้ง 3 บริษัทถือหุ้นไขว้กันไปมาในลักษณะวงกลม เมื่อคำนวณสัดส่วนที่แท้จริงแล้ว ส่งผลให้นาย Alain กลายเป็นผู้ควบคุมผลประโยชน์และมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงถึงร้อยละ 99.87 กลุ่มทุนดังกล่าวได้กว้านซื้อและครอบครองที่ดินในพื้นที่เกาะปอ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จำนวนทั้งสิ้น 22 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 126 ไร่ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,146 ล้านบาท ก่อนที่จะนำที่ดินดังกล่าวไปประกาศขายผ่านทางช่องทางออนไลน์" นายพลพีร์ กล่าว

รูปภาพบทความ
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย ในเบื้องต้นได้อายัดยึดที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน จากนั้นกระทรวงมหาดไทย โดยอธิบดีกรมที่ดิน จะได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และคณะกรรมการจังหวัดเร่งดำเนินการยึดพื้นที่เพื่อนำมาบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ในส่วนของคดีความ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับหน้าที่สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ตลอดจนประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศของนายทุนต่างชาติรายดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ไม่พบว่าพำนักอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวบุคคลสัญชาติไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นร่วมในทั้ง 3 บริษัทมาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินทุนจากชาวต่างชาติ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 
.
"ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้บูรณาการทำการตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่น่าสังเกตว่า ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่กำเนิดเกือบร้อยครัวเรือนกลับยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งจะมีการขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มเอกชนหรือไม่ และมีเครือข่ายกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าจุดยืนของรัฐบาลนี้คือ "แผ่นดินไทยจะต้องเป็นของคนไทย" เท่านั้น และจะไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เปิดช่องว่างให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบครองหรือเอื้อประโยชน์เพื่อเอาเปรียบคนไทยได้อย่างเด็ดขาด" นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำ

รูปภาพบทความ
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า เรื่องการตรวจสอบการครอบครองที่ดินและนอมินีต่างชาตินั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจำนวน 22 แปลงว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจังหวัดกระบี่จะหารือถึงขั้นตอนการบังคับจำหน่ายและการดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีจะได้นำเสนอต่อรัฐสภาในการทบทวนศึกษาขั้นตอนการลงโทษและการจับกุมทั้งทางอาญาและแพ่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำว่าจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาเอาเปรียบคนไทย และไม่มีกฎหมายใดเอื้อให้ชาวต่างชาติครอบครองแผ่นดินไทยได้ ที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง เช่น การจับกุมกลุ่มนอมินีที่ประกอบธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต โดยกรมการปกครองร่วมกับ ผบ.ตร. ท่านใหม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนไทยที่คอยอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติด้วย
.
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสืบสวนหาตัวเจ้าของที่แท้จริงและเอาผิดเรื่องการใช้อนุญาตผิดประเภทแล้ว ทางกรมการปกครองตรวจสอบพบเพิ่มเติมว่ามีสถานที่ลักษณะนี้ถึง 9 แห่งที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอเวลาให้พนักงานสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด 
ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน โดยหลังจากกรมที่ดินสอบสวนเสร็จสิ้น จะมอบหน้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับจำหน่าย จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมหุ้น แและดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดต่อไป

รูปภาพบทความ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารและส่วนราชการ อาทิ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี น.ส.วีราภร เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอุดมศักดิ์ เต็มวงษ์ รองผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ด้วย
.