“คาเฟ่อัพยา ย่านเตาปูน” ที่รู้จักกันในสายอัพยาเสพติด ประตูเหล็กปิดล็อคตลอด ระวังภัยด้วยกล้องวงจรปิด 5 ตัว มีหัวจ่ายและทาสยาบ้า มีพฤติกรรมชอบพ่นควันยาบ้าใส่ลูกชายวัย 7 ปีโชว์ลูกค้าที่มาซื้อยาเสพติด
สะเทือนใจจนลูกค้าทนไม่ได้แอบถ่ายรูปส่ง “กันจอมพลัง”หวังช่วยเด็กออกมาให้ได้ เบาะแสต่อถึง “น.1” แต่การข่าวพบหัวจ่ายมีอาวุธปืน จึงส่ง “รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ “จัดทีมสืบสวนชุดใหญ่ไฟกระพริบ ดำเนินการเต็มระบบเพื่อช่วยเหลือเด็กชาย
วันที่ 24 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 06.30 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบงานยาเสพติด)
พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2
พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น.และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกันจอมพลัง นำกำลังบุกช่วยเหลือ เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ


จับกุมตัวผู้ต้องหา 6 ราย ดังนี้1. นาง สุรีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร 2. นายสมพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา จ.ปทุมธานี 3. นายประวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร 4. น.ส.ชญาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา จ.นครพนม 5. นางบุปผา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร6. นายจักพันธุ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร
ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1. ยาบ้า 309 เม็ด 2.ยาไอซ์ 252 กรัม 3.คีตามีน 32 กรัม 4. หัวบุหรี่ไฟฟ้า 107 อัน 5. พอตกัญชา 5 อัน 6. อุปกรณ์เสพจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 26 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,
ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึ่งรู้ว่าเป็น ของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”


พฤติการณ์กล่าวคือ “ณ คาเฟ่อัพยา ย่านเตาปูน” ที่รู้จักกันในสายอัพยาเสพติด จากแหล่งข่าวแจ้งว่า มีหญิงวัยกลางคน( ผู้ถูกจับที่ 1 ) ผู้เป็นทั้งเอเย่นต์และทาสยา พ่นควันพิษสีหมอกอัดเข้าใส่ใบหน้าไร้เดียงสาของลูกวัยเพียง 7 ขวบ โชว์ลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดเกือบทุกคน โดยเด็กน้อยยังคงนั่งยิ้มพับเศษกระดาษฟอยล์เล่นอยู่ข้างกายแม่ ราวกับควันพิษเหล่านั้นคือหมอกสวรรค์
ภาพสุดทนเบื้องทำให้ทาสยาผู้หนึ่งที่กำลังมาขอซื้อยานรกเอ่ยปากเตือนขอร้องให้หยุดทำลายเด็ก หากแต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือการต่อว่า “อย่าเxือก ลูกของกู ออกมาจาก -ี กู” สะบั้นความเหลืออดหมดสิ้น แอบใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพสุดทนไว้ ก่อนย่างท้าวออกจากขุมนรก “ต้องช่วยเด็กออกมาให้ได้” ถูกส่งต่อให้ “มูลนิธิกันจอมพลัง” รับประสานงานติดตามช่วยเหลือเด็กน้อยจากขุมนรก
ทว่าเมื่อสืบสาวราวเรื่องพบว่า ภายในรังยานรกนั้นยังมีหัวโจกหนุ่มมีพฤติกรรม “ควงอาวุธปืน” พร้อมพวกมั่วสุม ได้ประสานงานผ่านเบาะแสถึง “น.1”
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังชุด สารวัตรแจ๊ะ และเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ลงพื้นสืบสวนในทันทีเพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยออกจากขุมนรกให้เร็วที่สุด
การสืบสวนพบว่า คาเฟ่อัพยานรกแห่งนี้เป็นบ้านแถว 2 ชั้น ตั้งอยู่ภายในซอยประชาชื่น สภาพด้านล่างอำพรางเป็นร้านสะดวกซื้อ ส่วนทางขึ้นรังนรกถูกต่อเติมเป็นบันไดเหล็กข้างตัวอาคาร มีการล็อคกุญแจไว้อย่างแน่นหนาซ้ำยังมีการติดกล้องวงจรปิด 5 ตัวรอบทิศเพื่อสอดส่องรับมือกับเจ้าหน้าที่ สภาพแวดล้อมลักษณะเป็นซอยแคบยากต่อการสืบสวน
จนต้องใช้กระบวนการสืบสวนแบบพิเศษ จนสืบทราบว่าภายในเป็นแหล่งสั่วสุ่มกันเสพยา และยังพบข้อมูลว่ามีชาย 1 ราย มีประวัติการครอบครองอาวุธปืน และพบว่าบ้านหลังนี้จะมีกลุ่มผู้ติดยาเสพติดขับรถเข้ามาซื้อยาเสพติดแบบไม่ขาดสาย กลายเป็นภาพรังยาที่แน่ชัด

กระทั่งในวันที่ 23 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้ยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาและได้รับการอนุมัติให้ออกหมายค้นในเวลาต่อมา ทว่าสมรภูมิรังนรกแห่งนี้มีความซับซ้อนและตัวของเด็กน้อยอยู่ภายในห้องเดียวกันกับบุคคลเป้าหมายมีเบาะแสเรื่องอาวุธปืน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนซักซ้อมการปฏิบัติกันอย่างรอบคอบ
วันที่ 24 ก.ค. 69 เวลา 06.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง (ช่วยเด็ก) นำหมายค้าสาลอาญาที่ ค.118/2569 ลงวันที่ 23 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ บ้านแถว 2 ชั้น ซอยประชาชื่น แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
ผลการตรวจค้นพบ ยา เสพติดที่ตรวจยึด สามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ปีจากวงเสพยาเสพติดไดโดยปลอดภัย หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของ เด็กชายวัย 7 ขวบ เจ้าหน้าที่พบอยู่ในสภาพอ่อนเพลียโดยเจ้าหน้าที่ พม.ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง ได้ดำเนินการนำตัวส่ง พม ดำเนินการต่อไป
ในชั้นจับกุม น.ส.เอ (สงวนชื่อสกุลจริง) มารดาของเด็กชาย 7 ขวบ ให้การว่า “ปกติตนจะพักอาศัยอยู่ที่บางซ่อน แต่ในวันนี้ตนระหว่างทางไปส่งลูกชายเข้าเรียนได้แวะเข้ามาหาเพื่อน เพื่อจะซื้อยาบ้ากับยาไอซ์เอาไปเสพเอง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด รับว่าซื้อแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง และพาลูกมาด้วยตลอดเพราะเป็นทางผ่านไปโรงเรียนลูก”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับประสานจากมูลนิธิ กัน จอมพลัง ซึ่งได้รับร้องเรียนว่าบ้านดังกล่าวเปิดเป็นคาเฟ่เสพยาเสพติด โดยมีเด็กเล็ก อยู่ในท่ามกลางลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดทุกวัน จึงได้วางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ภาพแรกที่เห็นและสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ ได้พบเด็กชายวัย 7 ขวบ อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวท่ามกลางผู้เสพยา จึงรีบช่วยเหลือนำเด็กออกมาก่อน จากการบุกทลายแหล่งมั่วสุมครั้งนี้ พบผู้ต้องหาและของกลางจำนวนหลายรายการ
รองจ๋อ ฝากเตือนภัยสังคม เรื่องยาเสพติดทำลายชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงคนรอบข้าง บ้านที่ควรสงบสุขและอบอุ่น กลับกลายเป็นขุมนรก ของเด็กน้อย จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนห่างไกลยาเสพติด และ หากท่านใดพบเห็นหรือสงสัยว่ามีสถานที่มั่วสุมยาเสพติด สามารถแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ากวาดล้างได้ทันที





