วันที่ 24 ก.ค.69 - นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นขยายตัวร้อยละ 2.5 โดยมีกรอบคาดการณ์ร้อยละ 2.0–3.0 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดือนเมษายนที่ร้อยละ 1.6 ซึ่งเป็นตัวเลขที่กระทรวงการคลังเคยประกาศอย่างเป็นทางการไว้ก่อนหน้านี้ 

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคส่งออกสินค้า ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 12.5 ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศคู่ค้า หลังการส่งออกช่วง 5 เดือนแรกเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10.9  ขณะที่การนำเข้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.0 จากความต้องการเครื่องจักร สินค้าทุน และพลังงาน สะท้อนว่าภาคธุรกิจเริ่มเดินหน้าลงทุนและขยายกำลังการผลิตมากขึ้น  กระทรวงการคลังคาดว่า การบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 2.7 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานของรัฐบาล ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อของประชาชน

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 9.0 จากการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงกลไก Thailand FastPass ซึ่งรัฐบาลเปิดตัวเพื่อประสานการทำงานของ 8 หน่วยงาน ลดขั้นตอนและเร่งรัดการอนุมัติโครงการลงทุน  โดยคาดว่า เงินลงทุนจากต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 1.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่อฐานการผลิตและอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย

การบริโภคภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.5 ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 หลังการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เป็นไปตามกรอบเวลา ช่วยให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สามารถดำเนินต่อเนื่อง และสร้างแรงส่งไปยังการลงทุนของภาคเอกชน  ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะอยู่ที่ร้อยละ 2.0 ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะขาดดุลเล็กน้อยประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 0.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง

กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันปี 2569 ให้เป็นปีแห่งการลงทุน ผ่านการเร่งรัดโครงการที่ได้รับอนุมัติ การส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และการใช้ Thailand FastPass แก้ปัญหาความล่าช้าในการขออนุญาต  รัฐบาลมองว่า ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน และจุดยืนความเป็นกลางเชิงรุกของไทย จะช่วยดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ รวมถึงภาวะซูเปอร์เอลนีโญที่อาจกระทบภาคเกษตรและเศรษฐกิจในช่วงปลายปี