รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ ครอบคลุมประเทศคู่ค้าจำนวน 60 แห่งทั่วโลก โดยกำหนดอัตราจัดเก็บอยู่ที่ 10% ถึง 12.5% การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ซึ่งสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ประเทศในกลุ่มเป้าหมายยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและการบังคับใช้มาตรการป้องกันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ
สำหรับประเทศไทย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเผชิญกับอัตราภาษีสูงสุดที่ 12.5% เช่นเดียวกับประเทศเศรษฐกิจใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากยังไม่มีกรอบกฎหมายหรือกลไกความร่วมมือที่ตรงตามข้อกำหนดของสหรัฐฯ ในการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่บางประเทศ เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และกลุ่มสหภาพยุโรป ได้รับการจัดเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าคือ 10% เนื่องจากมีข้อตกลงหรือมาตรการควบคุมที่สอดคล้องกับเกณฑ์ของสหรัฐฯ มากกว่า
มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทางด้านภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวด้านมาตรฐานการผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อมิให้ขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกต้องลดลงในระยะยาว





