ในวันที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งแรกที่หลายคนหยิบขึ้นมาหลังตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายที่มองก่อนเข้านอน “ความเงียบ” กำลังกลายเป็นประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่บางส่วนยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้มา
กระแสที่กำลังได้รับความสนใจคือ “Silent Retreat” หรือการเดินทางไปพักในสถานที่สงบ โดยผู้เข้าร่วมจะลดหรืองดการพูดคุย ปิดโทรศัพท์ หยุดใช้โซเชียลมีเดีย และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กิจกรรมภายในคอร์สมักประกอบด้วยการทำสมาธิ การเดินท่ามกลางธรรมชาติ การรับประทานอาหารอย่างมีสติ และการพักจากข้อมูลข่าวสารเป็นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งวันไปจนถึงหลายสัปดาห์
Reuters รายงานว่า Silent Retreat เริ่มกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้จ่ายด้าน Wellness ของกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล คนรุ่นใหม่บางส่วนมองว่าการจ่ายเงินเพื่อความสงบและการได้พักจากหน้าจอเป็นการลงทุนเพื่อดูแลสุขภาพใจ ไม่ต่างจากการออกกำลังกาย ซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ หรือเดินทางไปพักผ่อน
ข้อมูลจากผลสำรวจด้าน Wellness ที่ Reuters นำมาอ้างอิงระบุว่า Gen Z และมิลเลนเนียลรวมกันคิดเป็นประมาณ 36% ของประชากรผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แต่สร้างสัดส่วนการใช้จ่ายด้าน Wellness มากกว่า 41% ต่อปี สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับบริการและประสบการณ์ที่ช่วยเสริมสุขภาวะมากขึ้น แม้ต้องเผชิญกับค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Silent Retreat ได้รับความสนใจ คือความเหนื่อยล้าจากการเชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา ทั้งข้อความจากที่ทำงาน ข่าวสาร คลิปวิดีโอ และการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย เสียงแจ้งเตือนเหล่านี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าต้องพร้อมตอบสนองอยู่เสมอ แม้ในช่วงเวลาพักผ่อน
บางสถานที่จึงกำหนดให้ผู้เข้าร่วมฝากโทรศัพท์ตั้งแต่วันแรก ไม่มีอินเทอร์เน็ต และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือโพสต์โซเชียลมีเดีย กิจกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงกับแนวคิด “Digital Detox” หรือการเว้นระยะจากอุปกรณ์ดิจิทัลชั่วคราว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกลับมาใส่ใจกับร่างกาย ความคิด และสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Silent Retreat ไม่ใช่การรักษาปัญหาสุขภาพจิต และอาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคอร์สที่ต้องอยู่เงียบและทำสมาธิอย่างเข้มข้นเป็นเวลาหลายวัน ผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือมีประวัติได้รับผลกระทบทางจิตใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบระบบดูแลของผู้จัดก่อนเข้าร่วม
สำหรับผู้ที่สนใจ อาจเริ่มต้นจากการพักแบบสั้น ๆ เช่น ปิดการแจ้งเตือน งดใช้โทรศัพท์วันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง หรือจัดวันพักจากโซเชียลมีเดีย โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางหรือเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
กระแส Silent Retreat จึงสะท้อนความเปลี่ยนแปลงด้าน Wellness ของคนรุ่นใหม่ เมื่อความหรูหราอาจไม่ใช่โรงแรมที่มีอินเทอร์เน็ตเร็วที่สุด แต่เป็นสถานที่ซึ่งช่วยให้พวกเขาวางโทรศัพท์ หยุดรับข้อมูล และกลับมาได้ยินความคิดของตัวเองอีกครั้ง





