กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. แถลงผลปฏิบัติการครั้งใหญ่เข้าตรวจค้น 20 จุด เพื่อทลายเครือข่ายทุนจีนนอมินีที่เข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยผิดกฎหมาย
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนและข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ว่ามีกลุ่มชาวจีนพักอาศัยในหมู่บ้านหรูย่าน ถ.พัฒนาการ และ ถ.กรุงเทพกรีฑา สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการตั้งบริษัทบังหน้าถึง 33 บริษัท โดยมี นายห่าว เติ้ง (Mr.Hao Deng) สัญชาติจีน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นเจ้าของเงินทุนทั้งหมด
พฤติการณ์ของคนร้ายจะใช้ น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ (มารดา) เป็นนอมินีในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผ่านสำนักงานทนายความและบัญชี จากนั้นใช้บริษัทเหล่านี้กว้านซื้อบ้านหรูในโครงการต่างๆ รวม 33 หลัง มูลค่ารวมกว่า 1,275 ล้านบาท เพื่อไว้เป็นที่พักอาศัยหรือปล่อยเช่าให้กลุ่มชาวจีนด้วยกันเอง โดยตำรวจตรวจพบหลักฐานเด็ดคือ "เอกสารโอนลอยหุ้น" ที่นอมินีไทยเซ็นทิ้งไว้ เพื่อให้นายห่าว เติ้ง สามารถเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นได้ทันทีตามสั่ง
จากการตรวจค้น 20 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญได้จำนวนมาก อาทิ โฉนดที่ดิน, หนังสือเดินทางหลายสัญชาติ 15 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เงินสดประมาณ 1.4 ล้านบาท และตราประทับบริษัท 6 ชิ้น ซึ่งทาง บก.ปอศ. จะดำเนินการส่งเรื่องไปยังกรมที่ดิน เพื่อพิจารณาจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนชาวไทย อย่าหลงเชื่อรับจ้างเป็น "นอมินี" หรือตัวแทนอำพรางถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพราะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท และยังเป็นการเปิดช่องให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจและแย่งอาชีพคนไทย
















